สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยเนื้อหาจากแถลงการณ์ภายในที่กลุ่มฮามาสส่งถึงสมาชิกเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว ใจความว่า ให้เข้มงวดกับความเป็นอยู่ของตัวประกันมากขึ้น ตามคำแนะนำที่ให้ไป ซึ่งรวมถึงการใช้คำสั่งสังหารได้ทันที เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการของฝ่ายศัตรู
แถลงการณ์ระบุว่า ไม่ต้องคิดถึงผลที่จะตามมาจากการทำตามคำแนะนำนั้น เพราะฮามาสถือว่าอิสราเอลมีส่วนรับผิดชอบต่อชะตากรรมของตัวประกัน
โดยคำแนะนำดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มฮามาสได้รับข้อมูลมาว่า อิสราเอลมีแผนจะเปิดปฏิบัติการบุกช่วยตัวประกัน เหมือนที่เคยทำในค่ายผู้ลี้ภัยนูเซรัต เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า ปฏิบัติการช่วยตัวประกันครั้งใหม่ของอิสราเอลจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ฝั่งอิสราเอลเองก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่สื่ออิสราเอลรายงานอ้างอิง “อิสราเอล คุตซ์” รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ว่า ฮามาสถูกกดดันหนักขึ้น และรอบนี้เราน่าจะผลักดันข้อตกลงช่วยเหลือตัวประกันให้คืบหน้าได้
สำหรับปฏิบัติการบุกช่วยตัวประกันของกองกำลังอิสราเอลที่ค่ายผู้ลี้ภัยนูเซรัต ในฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา สามารถช่วยตัวประกันออกมาได้ 4 คน แต่เจ้าหน้าที่ของปาเลสไตน์ระบุว่า ภารกิจนั้นแลกมาด้วยชีวิตประชาชนปาเลสไตน์ผู้บริสุทธิ์มากกว่า 200 คน
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา พลเรือตรี แดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF ออกมาเผยผลสอบสาเหตุการเสียชีวิตของตัวประกัน 6 คน ที่กองทัพไปพบศพในอุโมงค์ฮามาส ที่เมืองคานยูนิส เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล เมื่อเดือน ก.พ. น่าจะมีส่วนทำให้กลุ่มฮามาสสังหารตัวประกันทั้ง 6 คน
แต่ตอนนั้น กองทัพอิสราเอลไม่มีข้อมูล และไม่ระแคะระคายเลยว่ามีตัวประกันถูกจับไว้ในอุโมงค์ใต้ดิน ในบริเวณที่จะทำการโจมตีทางอากาศ มิเช่นนั้น เราคงไม่ทำ