ฌอน ซาเวตต์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ในเมืองอเลปโป เมืองใหญ่อันดับ 2 ของซีเรีย ที่ขณะนี้ถูกกลุ่มกบฏต่อต้านประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด บุกยึดพื้นที่ไว้ได้เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่เกิดขึ้นแบบไม่ให้ทางการได้ทันตั้งตัว
แถลงการณ์ระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้น เป็นเพราะรัฐบาลซีเรียพึ่งพารัสเซียและอิหร่านมากจนเกินไป และยังปฏิเสธที่จะเดินหน้าตามกระบวนการสันติภาพ เมื่อปี 2015 ซึ่งร่างโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ซาเวตต์ยังยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้ ซึ่งนำโดยงขบวนการฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม (Hayat Tahrir al-Sham หรือ HTS) ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำอยู่
“สามารถ” โดนอีกคดี ตร.จ่อแจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์ พบเส้นเงินรีดทรัพย์ผู้ประกอบการ 5 แสน
ฝั่งกองทัพรัฐบาลซีเรียยอมรับว่า กลุ่มกบฏยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ได้ และกองทัพซีเรียสูญเสียกำลังทหารจำนวนหนึ่ง จากเหตุโจมตีครั้งนี้ จึงต้องล่าถอยออกมาก่อน แต่รับปากจะทำการโจมตีเพื่อตอบโต้อย่างแน่นอน
ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียเปิดปฏิบัติการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นมากกว่า 320 คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของขบวนการฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม แต่มีพลเรือนรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 44 คน
ขณะเดียวกัน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ยืนยันว่า รัสเซียจะมอบความช่วยเหลือในการกระชับพื้นที่ทั้งหมดของเมืองอเลปโปกลับคืนมา
โดยเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา กองทัพอากาศรัสเซียได้ช่วยโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มกบฏในเมืองอเลปโป และอีกอย่างน้อย 9 ครั้ง ในเมืองอิดลิบ
นี่เป็นครั้งแรกที่กองทัพรัสเซียกลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศช่วยรัฐบาลซีเรีย หลังจากที่เคยช่วยกองทัพรัฐบาลซีเรียผลักดันฝ่ายกบฏออกจากเมืองอเลปโปได้เมื่อปี 2016