เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ได้จัดการแถลงข่าวมาราธอนซึ่งกินเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เพื่อตอบคำถามในหลาย ๆ ประเด็นทั้งในและต่างประเทศ
ในประเด็นเกี่ยวกับสงครามยูเครน ปูตินกล่าวว่า มองย้อนกลับไป รัสเซียน่าจะมีการเตรียมการที่เป็นระบบกว่านี้สำหรับการบุกยูเครนในปี 2022
รัสเซียยึดคาบสมุทรไครเมียจากยูเครนในปี 2014 และกองกำลังฝักใฝ่รัสเซียได้เริ่มการสู้รบทางตะวันออกของยูเครน แต่ปูตินตัดสินใจรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ 8 ปีหลังจากนั้น
ขณะเดียวกัน ปูตินระบุว่า กองกำลังรัสเซียกำลังรุกคืบตามเป้าหมายหลักในยูเครน คือควบคุมดินแดนเพิ่มในแต่ละวัน ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า กองกำลังของยูเครนที่อยู่ในภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซียจะถูกขับออกไป แต่ไม่ได้กล่าวถึงกรอบเวลาที่แน่ชัด
ส่วนข้อกังขาของชาติตะวันตกเกี่ยวกับขีปนาวุธ Oreshnik ปูตินเสนอให้ชาติตะวันตกและรัสเซียเลือกเป้าหมายที่ขีปนาวุธสหรัฐฯ จะคุ้มครอง เพื่อ “ประชัน” ศักยภาพ โดยรัสเซียพร้อมที่ทำการทดลองเช่นนั้น
รัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธ Oreshnik โจมตีเมืองดนิโปรของยูเครนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ซึ่งปูตินกล่าวว่าเป็นการตอบโต้ต่อการที่ยูเครนใช้ขีปนาวุธ ATACMs ของสหรัฐฯ และ Storm Shadows ของอังกฤษเป็นครั้งแรก
20 ที่เที่ยวปีใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้าเย็นกลับ เดินทางง่าย
เกี่ยวกับการเจรจาที่อาจมีขึ้นกับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ปูตินแสดงความพร้อมที่จะประนีประนอม แต่ปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่ารัสเซียอยู่ในสถานะอ่อนแอ โดยระบุว่ารัสเซียแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เขาสั่งบุกยูเครนในปี 2022
ในประเด็นซีเรีย ปูตินปฏิเสธว่ารัสเซียไม่ได้พ่ายแพ้ และกล่าวถึงแผนที่จะพบกับผู้นำคนใหม่ของซีเรียในกรุงดามัสกัส เพื่อหารือเกี่ยวกับฐานทัพของรัสเซียในซีเรีย
ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. สหภาพยุโรปได้ประชุมสุดยอดที่กรุงบรัสเซลส์เพื่อหารือเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือยูเครน การเปลี่ยนผ่านในซีเรีย และการกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 โดย อันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรประบุว่า สหภาพยุโรปจะมองความช่วยเหลือทางการเงินให้ยูเครนอีก 30,000 ล้านยูโรในปี 2025
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวที่การประชุมอียูว่า หลักประกันความมั่นคงของยุโรปเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับยูเครน ยูเครนไม่สามารถอยู่กับความขัดแย้งที่ชะงักงันได้ พร้อมระบุว่าการหารือเกี่ยวกับการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพต่างชาติที่อาจเกิดขึ้นนั้นมีความสำคัญ และสหรัฐฯ ควรมีส่วนร่วมในเรื่องนี้
เซเลนสกีกล่าวด้วยว่า เขาหวังว่าว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะอยู่ฝั่งเดียวกับยูเครน