กระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ เปิดเผยการขุดพบครั้งสำคัญ ซึ่งรวมถึงซากวิหารที่มีความเชื่อมโยงกับฟาโรห์หญิงแฮตเชปซุต (Queen Hatshepsut) ในพื้นที่ใกล้กับเมืองลักซอร์ เมืองโบราณ
ทีมนักโบราณคดี นำโดยซาฮี ฮาวาส ได้ขุดพบส่วนฐานสภาพดีของวิหารวัลเลย์ (Valley Temple) หรือวิหารหุบเขา ซึ่งทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลักสู่วิหารฝังพระศพของฟาโรห์หญิงแฮตเชปซุต มีความเก่าแก่ ที่สามารถสืบย้อนกลับถึงยุคราชวงศ์ที่ 18 หรือราว 1539 - 1292 ปีก่อนคริสต์ศักราช
นอกจากนี้ยังมีรายงานการค้นพบท่อนหินตกแต่งและเศษชิ้นส่วนที่ถูกแกะสลักและจารึกอย่างประณีตกว่า 1,000 ชิ้น ซึ่งถือเป็นตัวอย่างผลงานประติมากรรมหายากจากยุคฟาโรห์แฮตเชปซุตและยุคฟาโรห์ทุตโมสที่ 3 ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ในเวลาต่อมา
กระทรวงฯ ระบุว่า จารึกเหล่านี้ถือวมีความสมบูรณ์มากที่สุดที่ขุดพบจากวิหารวัลเลย์ ซึ่งถูกทำลายอย่างจงใจในยุคฟาโรห์รามเลส หรือราว 1292 - 1077 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ทีมนักโบราณคดียังค้นพบแผ่นหินปูน และหินควอดไซต์กว่า 100 แผ่น ซึ่งถูกประทับตราคาร์ทูช หรือ ตราราชวงศ์ของฟาโรห์แฮตเชปซุต โดยแผ่นหินเหล่านี้และซากฐานรากอื่น ๆ ซึ่งช่วยยืนยันความเป็นเจ้าของวิหารวัลเลย์ของฟาโรห์แฮตเชปซุต
นอกจากนี้ยังขุดพบสุสานหินและโบราณวัตถุจากยุคอาณาจักรกลาง ราว 1938-1630 ปี ก่อนคริสต์ศักราช รวมถึง สุสาน “ผู้ดูแลพระราชวัง” ของราชินีเตติเชรี (Queen Tetisheri) จากยุคราชวงศ์ที่ 17 ราว 1630-1540 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ขณะเดียวกันมีการค้นพบหลุมศพจากยุคอาณาจักรกลาง สุสานขนาดใหญ่ และเหรียญสัมฤทธิ์จากยุคปโตเลมี ยุคราชวงศ์สุดท้ายของอียิปต์โบราณ อีกด้วย