จากเหตุเครื่องบินโดยสาร Bombardier CRJ700 เที่ยวบินที่ 5342 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส (American Airlines) ประสบเหตุชนกับเฮลิคอปเตอร์ Sikorsky H-60 หรือแบล็กฮอว์ก (Black Hawk) ของกองทัพสหรัฐฯ จนตกลงไปในแม่น้ำโปโตแมค (Potomac River) ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติเรแกนในวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ นั้น
ล่าสุด ณ ช่วงบ่ายวันที่ 30 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (ช่วงเช้ามืดวันที่ 31 ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย) มีรายงานว่าสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้มากกว่า 40 ศพแล้ว
เที่ยวบิน 5342 ที่เกิดเหตุมีผู้โดยสาร 60 คน และลูกเรืออีก 4 คน ขณะที่บนเฮลิคอปเตอร์แบล็อกฮอว์กมีเจ้าหน้าที่อยู่ 3 นาย ซึ่งคาดว่าทั้งหมดไม่มีใครรอดชีวิต ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวมแล้วอยู่ที่ 67 ราย
ขณะนี้ การค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่เหลือในแม่น้ำโปโตแมคต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะความมืดและอุณหภูมิของแม่น้ำที่อยู่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเชื่อว่า พวกเขาเข้าถึงร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่สามารถกู้ขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ส่วนที่เหลือคาดว่าอยู่ใต้ซากของเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาชายฝั่งสหรัฐฯ จะช่วยนำชิ้นส่วนเครื่องบินออกไป เพื่อให้นักดำน้ำสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่เหลือได้
เมื่อนำชิ้นส่วนเครื่องบินออกไปแล้ว และสภาพในน้ำปลอดภัย นักดำน้ำจะเริ่มปฏิบัติการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้กล่องดำของเครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์สได้แล้ว ทั้งกล่องดำบันทึกข้อมูลการบิน (FDR) และกล่องดำบันทึกเสียงในห้องนักบิน (CVR) ซึ่งเจ้าหน้าที่คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) จะเร่งนำมาตรวจสอบ
NTSB ระบุว่า การชนกันกลางอากาศแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในสหรัฐฯ และบอกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะคาดเดาว่าอะไรเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ
หน่วยงานยังกล่าวว่า จะพิจารณาทุกปัจจัยที่อาจมีส่วนทำให้เกิดการชนกัน รวมถึงข้อผิดพลาดของมนุษย์ อุปกรณ์ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และอื่น ๆ โดยคาดว่าจะเปยแพร่รายงานเบื้องต้นได้ภายใน 30 วัน
เรียบเรียงจาก CNN