นักวิทย์เผย “แก่นโลกชั้นใน” กำลังเปลี่ยนรูปร่าง!? หวั่นกระทบสนามแม่เหล็กโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยผลการศึกษาใหม่พบว่า “แก่นโลกชั้นใน” กำลังเกิดการเปลี่ยนรูปร่าง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะกระทบสนามแม่เหล็กของโลก

“แก่นโลกชั้นใน” (Inner Core) เป็นส่วนประกอบของโลกที่มีความสำคัญมาก เพราะทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็กที่ปกป้องสิ่งมีชีวิตไม่ให้ถูกเผาไหม้จากรังสีดวงอาทิตย์

แก่นโลกชั้นในหมุนอย่างเป็นอิสระจากแก่นโลกชั้นนอก (Outer Core) ที่เป็นของเหลวและจากส่วนอื่น ๆ ของโลก หากไม่มีการเคลื่อนที่นี้ โลกก็จะตายและกลายเป็นเหมือนดาวอังคารที่แห้งแล้งซึ่งสูญเสียสนามแม่เหล็กไปเมื่อหลายพันล้านปีก่อน

นักวิทย์เผย “แก่นโลกชั้นใน” กำลังเปลี่ยนรูปร่าง!? Magnific/YuriArcursPeopleimages
ภาพจำลองชั้นต่าง ๆ ของโลก ประกอบด้วย เปลือกโลก เนื้อโลก และแก่นโลก

ก่อนหน้านี้เคยมีการค้นพบหลักฐานว่า แก่นโลกชั้นในหมุนช้าลงในปี 2010 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาสาเหตุว่าเหตุใดจึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้

และล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า “แก่นโลกชั้นอาจกำลังเปลี่ยนรูปร่าง” ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา!

โดยทั่วไปแล้ว แก่นโลกชั้นในมักมีรูปร่างเหมือนลูกบอล แต่ขอบของมันอาจเปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม 100 เมตรหรือมากกว่านั้นในบางจุด ตามรายงานของศาสตราจารย์ จอห์น วิเดล นักวิทยาศาสตร์ด้านธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย หัวหน้าทีมวิจัย

การเปลี่ยนแปลงรูปร่างอาจเกิดขึ้นตรงขอบของแก่นโลกชั้นในซึ่งสัมผัสกับแก่นโลกชั้นนอกที่เป็นโลหะเหลวที่ร้อนจัด

ผลการวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Nature Geoscience

การทำความเข้าใจว่าแก่นโลกทำงานอย่างไรนั้นมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่าสนามแม่เหล็กปกป้องโลกอย่างไรและจะอ่อนกำลังลงหรือหยุดหมุนได้หรือไม่

ภายในโลกของเรานั้นเป็นสถานที่ที่ลึกลับอย่างยิ่ง แก่นโลกอยู่ห่างจากพื้นผิวโลกประมาณ 6,400 กิโลเมตร และถึงแม้นักวิทยาศาสตร์จะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงแก่นโลกได้

ดังนั้น เพื่อพยายามไขความลับนี้ นักวิจัยบางคนจึงใช้วิธีวัดคลื่นกระแทกที่เกิดจากแผ่นดินไหวในขณะที่คลื่นกระทบโลก โดยการเคลื่อนที่ของคลื่นจะเผยให้เห็นประเภทของวัสดุที่เคลื่อนผ่าน รวมถึงในแก่นโลก และช่วยวาดภาพสิ่งที่อยู่ใต้เท้าของเราได้

การวิเคราะห์ใหม่นี้พิจารณารูปแบบคลื่นไหวสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในตำแหน่งเดียวกันระหว่างปี 1991 ถึง 2023 ซึ่งช่วยแสดงให้เห็นว่าแก่นโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างเมื่อเวลาผ่านไป

ศาสตราจารย์วิเดลพบหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนทฤษฎีที่ว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แก่นโลกชั้นในเกิดการเคลื่อนที่ช้าลงในราวปี 2010 แต่ทีมของเขายังพบหลักฐานการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแก่นโลกชั้นในอีกด้วย

เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นที่ขอบเขตระหว่างแก่นโลกชั้นในและแก่นโลกชั้นนอก โดยการไหลของของเหลวในแก่นโลกชั้นนอก รวมถึงแรงดึงจากสนามโน้มถ่วงที่ไม่เท่ากัน อาจทำให้เกิดการเสียรูปได้

งานของศาสตราจารย์วิเดลเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกที่สำรวจและถกเถียงกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแก่นโลก ศาสตราจารย์วิเดลกล่าวว่า “ในทางวิทยาศาสตร์ เรามักจะพยายามมองสิ่งต่าง ๆ จนกว่าจะเข้าใจมัน”

เขาเสริมว่า “มีความเป็นไปได้สูงที่การค้นพบนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราแม้แต่น้อย แต่เราต้องการทำความเข้าใจจริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในใจกลางโลก”

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงในสนามแม่เหล็กของโลก “สนามแม่เหล็กเกิดการกระตุกหลายครั้งในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา และเราต้องการทราบว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรากำลังเห็นที่ขอบของแก่นโลกชั้นในหรือไม่”

ศาสตราจารย์วิเดลเรียกร้องให้อย่าสร้างกระแสการค้นพบให้เกินจริงโดยอ้างว่าแก่นโลกจะหยุดหมุนในเร็ว ๆ นี้

 

เรียบเรียงจาก BBC

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ