วานนี้ (เสาร์ 22 ก.พ.) สำนักวาติกัน ออกแถลงการ์เปิดเผยว่าอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ยังคงวิกฤติ หลังพระองค์เผชิญกับ “ภาวะวิกฤติด้านทางเดินหายใจคล้ายโรคหอบหืดเป็นเวลานาน” ทำให้ต้องได้รับออกซิเจนในปริมาณมาก
แถลงการณ์ของวาติกัน ระบุอีกว่า สมเด็จพระสันตะปาปายังรู้สึกพระองค์เป็นอย่างดี และประทับบนรถเข็นได้ ถึงแม้อาการจะไม่ดีมากกว่าเมื่อวาน และต้องได้รับการถ่ายเลือดเพื่อรักษาอาการโลหิตจาง
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.พ. หลังมีอาการปอดอักเสบมาหลายวัน จากนั้นสำนักวาติกันก็เริ่มออกมาเปิดเผยว่า พระองค์มีอาการติดเชื้อหลายชนิดในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และเป็นปอดบวมทั้ง 2 ข้าง
อาการของพระองค์มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยวาติกันระบุในวันพฤหัสบดี ( 20 ก.พ.)ว่า พระองค์ตอบสนองต่อการรักษาปอดบวมในเชิงบวก
อย่างไรก็ตามในวันศุกร์ (21 ก.พ.) แพทย์ผู้เคยผ่าตัดให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสฟรังซิสมาก่อน ให้ความเห็นว่าอาการของพระองค์ยังไม่ปลอดภัย
สำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงมีความเสี่ยงสูงที่จะประชวรด้วยอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยในวัยหนุ่มพระองค์ต้องต่อสู้กับโรคปอดอย่างรุนแรง ทำให้ต้องผ่าตัดนำเอาบางส่วนของปอดข้างหนึ่งออกไป
นอกจากนี้ในปี 2021 พระองค์ยังเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการผนังลำไส้อักเสบ ขณะที่ในปี 2023 ทรงประชวรด้วยโรคหลอดลมอักเสบ
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เป็นประมุขแห่งพระศาสนจักรคาทอลิกและประมุขแห่งนครรัฐวาติกันตั้งแต่ ค.ศ. 2013 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกจากคณะเยสุอิต ที่มาจากทวีปอเมริกาใต้ และเป็นพระองค์แรกที่มาจากนอกทวีปยุโรป ตั้งแต่สมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 3 ซึ่งเป็นชาวซีเรีย ผู้ซึ่งครองราชย์ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ปัจจุบันมีพระชนมายุ 88 ปี
เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 และได้เปิดทางให้มีการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ จึงได้มีการจัดการประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปา โดยกำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556 หลังจากการลงคะแนนเสียงครั้งที่ 5 โดยพระคาร์ดินัลผู้มีสิทธิ์ออกเสียงจำนวน 115 ท่าน ผลปรากฏว่าพระคาร์ดินัลฮอร์เฮ เบร์โกกลิโอ อาร์ชบิชอปแห่งบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้รับเลือก และทรงเลือกพระนาม "Franciscus" ซึ่งหมายถึงนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี นับเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกจากทวีปอเมริกาและคณะเยสุอิต
ในวันที่ทรงได้รับเลือกตั้ง สันตะสำนักประกาศว่าพระนามอย่างเป็นทางการของพระองค์คือ "ฟรานซิส" ไม่ใช่ "ฟรานซิสที่ 1" พระองค์จะมีพระนามว่าฟรานซิสที่ 1 ก็ต่อเมื่อในอนาคตมีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ 2
และเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมชั้น 11 อาคารรวมจิตเพียรธรรม โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดยพระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกประเทศไทย และอาร์ชบิชอปพอล ชาง อิน-นัม เอกอัครสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการ เรื่องสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส จะเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัฐบาลไทย ในโอกาสฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม
สมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส เสด็จถึง ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 12.30 น. ด้วยสายการบินอาลีตาเลีย (สายการบินประจำชาติอิตาลี) ได้รับการต้อนรับจากคณะพระสังฆราชทั้ง 11 สังฆมณฑล ทรงทำภารกิจหลายประการในประเทศไทย อาทิ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เสด็จฯ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เสด็จฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีมิสซา ณ สนามกีฬาแห่งชาติ เป็นต้น[9] จนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 เสด็จออกจากประเทศไทย ด้วยสายการบินไทย เพื่อเสด็จต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น