ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว โดยระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันจะมอบความช่วยเหลือให้เมียนมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หลังจากพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเมียนมา เกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ระดับ 7.7 ซึ่งเกิดขึ้นทางตอนกลางของประเทศ เมื่อวานนี้
สำหรับความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเมียนมา เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกรุนแรง และแผ่นดินไหว ระดับปานกลางอีกหลายระลอก
ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานพังถล่ม ท่ามกลางความพยายามของเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ระดมกำลังกันเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้ที่อาจจะยังคงติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง แม้จะเผชิญกับอุปสรรคจากปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ตัดถ่างและเครื่องจักรในการเคลื่อนย้าย
ถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำคณะรัฐประหารของเมียนมาแถลงผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ โดยระบุว่า เมียนมาเปิดรับความช่วยเหลือระหว่างประเทศ และยอมรับข้อเสนอส่งความช่วยเหลือจากอินเดียและจากชาติพันธมิตรในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN)
นอกจากนี้ยังองค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลหลายชาติ รวมถึง สกประชาชาติ สหภาพยุโรป ฝรั่งเศส จีน เสนอส่งความช่วยเหลือให้เมียนมาแล้ว
ทางการเมียนมารายงานว่าผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ระดับ 7.7 อยู่ที่อย่างน้อย 694 คน และมีรายงานผู้บาดเจ็บกว่า 1,600 คน แต่คาดว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
ขณะที่การวิเคราะห์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอิงจากความรุนแรงและความลึกของแผ่นดินไหว ประเมินว่า อาจมีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของเมียนมาอย่างรุนแรง โดยภูมิภาคสะกายและเมกติลาเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเลวร้ายที่สุด
สำนักข่าวบีบีซีเมียนมา รายงานว่า ประชาชนในเมืองใหญ่ 2 แห่งของเมียนมา ได้แก่ มัณฑะเลย์และย่างกุ้ง ไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ใช้ไม่ได้ หลังเกิดแผ่นดินไหว
ชาวเมืองมัณฑะเลย์คนหนึ่งบอกว่าติดต่อกับครอบครัวไม่ได้ เพราะไม่มีไฟฟ้าให้ชาร์จโทรศัพท์ และก็ไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้เลย
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้สถานการณ์ในเมียนมาที่เผชิญกับสงครามกลางเมืองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น หลังจากรัฐบาลเผด็จการทหารกำลังสู้รบติดพันกับกลุ่มกบฎและกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ
ยังไม่รวมถึง วิกฤตอาหารขั้นรุนแรงและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาการขาดเสรีภาพในการสื่อสาร ทำให้การรายงานสถานการณ์ในพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก
การเปิดเผยว่าจะส่งความช่วยเหลือให้เมียนมาของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ฝ่ายบริหารแจ้งกับสภาคองเกรสว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าปลดพนักงานเกือบทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ในองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือยูเอสเอไอดี (USAID) และปิดหน่วยงานดังกล่าวเพื่อลดรายจ่ายก็ตาม
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า การที่รัฐบาลตัดงบและปลดพนักงานจะไม่ส่งผลต่อการส่งทีมตอบสนองต่อภัยพิบติของสหรัฐฯ (DART) เข้าไปในเมียนมา แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัด
ทั้งนี้ ยูเอสเอไอดี (USAID) มีบทบาทสำคัญในการประสานความช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ที่เผชิญแผ่นดินไหวทั่วโลก