จากกรณีที่เมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา องค์การอวกาศนาซา (NASA) ได้ปรับลดโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อย “2024 YR4” จะพุ่งชนโลก ลดลงเหลือเพียง 0.0017% อาจทำให้หลายคนคิดว่า “รอดแล้ว” แต่เรื่องราวเหมือนจะไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะงานวิจัยล่าสุดเปิดเผยว่า ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นบริวารของโลก ยังไม่พ้นเคราะห์เสียทีเดียว และยังมีโอกาสอยู่ในวิถีการชนของดาวเคราะห์น้อยเจ้าปัญหานี้
ทีมวิจัยที่นำโดย แอนดรูว์ ริฟกิน นักดาราศาสตร์ดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ระบุว่า 2024 YR4 มีโอกาสเล็กน้อยที่จะพุ่งชนดวงจันทร์ในเดือน ธ.ค. 2032 เมื่อมันโคจรมาใกล้โลก
ทีมวิจัยบอกว่า “แม้ว่าปัจจุบันจะตัดความเป็นไปได้ที่ 2024 YR4 จะพุ่งชนโลกภายในวันที่ 22 ธ.ค. 2032 ออกไปแล้ว แต่สำหรับการพุ่งชนดวงจันทร์ ความน่าจะเป็นยังไม่เป็นศูนย์”
ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2024 และทำให้เกิดความกังวลอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่าดาวเคราะห์น้อยจะโคจรรอบดวงอาทิตย์และเข้าใกล้โลกมากพอที่จะก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยการคาดการณ์สูงสุดที่คาดว่าจะเกิดการชนในปี 2032 อยู่ที่ 3.1% ซึ่งอาจดูเหมือนไม่สูง แต่ก็มากพอที่จะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ได้
ต่อมาการสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่องและการคำนวณทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ โอกาสเกิดเหตุการณ์ลดลงเหลือเกือบศูนย์ และทุกคนก็โล่งใจอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม จากการใช้กล้องโทรทรรศน์ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) ในการศึกษาดาวเคราะห์น้อยดังกล่าว พบว่า จากการวัดแสงที่สะท้อนจาก 2024 YR4 ริฟกินและเพื่อนร่วมงานของเขาได้ระบุว่า ดาวเคราะห์น้อยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 เมตร และยืนยันว่าดาวเคราะห์น้อยมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเป็นอันตรายอย่างมากหากพุ่งชนโลก
JWST ยังได้วัดช่วงความยาวคลื่นที่ปล่อยออกมาภายใน 2024 YR4 ซึ่งอาจใช้ในการพิจารณาว่าดาวเคราะห์น้อยนี้มีองค์ประกอบเป็นอะไรบ้าง และพบว่าไม่สามารถตัดประเด็นที่ว่าดาวเคราะห์น้อยนี้มีองค์ประกอบเป็นหินออกไปได้ หากเป็นเช่นนี้ นักวิจัยคำนวณว่า การพุ่งชนโลกจะปลดปล่อยพลังงานระหว่าง 2 ถึง 30 เมกะตันของทีเอ็นที ทำให้เกิดรัศมีการระเบิดสูงสุด 80 กิโลเมตร
ระเบิดนิวเคลียร์ที่ทรงพลังที่สุดที่สหรัฐฯ ทดสอบนั้นปลดปล่อยพลังงาน 15 เมกะตัน และเหตุการณ์ทังกุสกา ซึ่งเป็นเหตุการณ์อุกกาบาตที่ระเบิดป่าไซบีเรียจนราบเป็นหน้ากลอง เชื่อว่าได้ปลดปล่อยพลังงานประมาณ 15 เมกะตันเช่นกัน
เท่ากับว่า หาก 2024 YR4 ชนโลก มันจะรุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์มากกว่า 5 เท่าเลยทีเดียว
โชคดีที่โลกไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แต่กับดวงจันทร์ยังไม่โชคดีเช่นนั้น และนักวิทยาศาสตร์อาจต้องศึกษาเพิ่มเติมว่า หาก 2024 YR4 ชนดวงจันทร์จริง จะมีผลกระทบอะไรต่อโลกบ้างหรือไม่
อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม ที่นี่
เรียบเรียงจาก Science Alert