เมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ลินน์ ซัทฟิน โฆษกของกรมอนามัยและบริการมนุษย์แห่งรัฐมิชิแกน (MDHHS) เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยรายหนึ่งเสียชีวิตในเดือน ม.ค. จากพิษสุนัขบ้า (Rabies) แต่เคสนี้แตกต่างจากเคสอื่นเพราะผู้ป่วยคติดเชื้อมาจากการปลูกถ่ายอวัยวะ
การสืบสวนในเวลาต่อมาโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) และกรมอนามัยแห่งโอไฮโอ ยืนยันว่า ผู้ป่วยติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจากอวัยวะที่ได้รับบริจาคมาจริง โดยมีข้อมูลว่าอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่ายคือไต
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคจากเชื้อไวรัสร้ายแรงที่สามารถแพร่กระจายสู่คนได้ผ่านการสัมผัสน้ำลายหรือเลือดจากสัตว์ที่ติดเชื้อ รวมถึงบาดแผล ซึ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด รวมทั้งมนุษย์ สามารถติดเชื้อนี้ได้ ไม่ค่อยพบการติดจากคนสู่คน
เมื่อติดเชื้อ เวลาที่เริ่มแสดงอาการจะแตกต่างกันไป ตั้งแต่หลักสัปดาห์ไปจนถึงหลักเดือน แต่โดยปกติอาการจะเกิดเร็วขึ้นหากแผลอยู่ใกล้สมอง อาการเริ่มแรกจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้ ปวดหัว อ่อนแรง แต่จะลุกลามไปสู่ปัญหาทางระบบประสาท เช่น สับสน ประสาทหลอน อัมพาต กลัวน้ำ และในที่สุดก็โคม่าและเสียชีวิต
นี่เป็นโรคอันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่มากกว่า 99% ตามข้อมูลจาก CDC มีผู้รอดชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าหลังจากแสดงอาการไม่ถึง 20 คน อย่างไรก็ตาม มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่ถึง 10 คนต่อปีในสหรัฐฯ และที่เกิดจากการปลูกถ่ายอวัยวะนั้นพบได้น้อยมาก แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ในปี 2013 มีผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเช่นกัน
ตามข้อมูลของ CDC โรคพิษสุนัขบ้าในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสกับค้างคาว แรคคูน สกังค์ และจิ้งจอก
ซัทฟินบอกว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้ได้รับการปลูกถ่ายไตที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยโทเลโด (UTMC) ในรัฐโอไฮโอ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และเสียชีวิตในเดือนต่อมา
UTMC ระบุว่า “การแพร่เชื้อพิษสุนัขบ้าจากคนสู่คนนั้นพบได้ยากมาก และมีกรณีที่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายอวัยวะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
ด้านห้องปฏิบัติการโรคพิษสุนัขบ้าของ CDC ตรวจสอบพบว่า ผู้ที่บริจาคอวัยวะ ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์ป่าในไอดาโฮ 5 สัปดาห์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตและนำอวัยวะมาบริจาคให้ชายในมิชิแกน โดยผู้บริจาคอวัยวะรายนี้ไม่ได้เสียชีวิตด้วยอาการของโรคพิษสุนัขบ้า
ในส่วนของวิธีการป้องกัน หลังจากถูกสัตว์กัด สามารถป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ด้วยการล้างแผลด้วยสบู่และน้ำทันทีเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 4 หรือ 5 โดสภายในระยะเวลา 14 วันหลังจากถูกสัตว์กัด
วัคซีนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีต่อไวรัสพิษสุนัขบ้า หากบุคคลนั้นไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาก่อน บุคคลนั้นจะได้รับ Rabies immunoglobulin (RIG) ในวันที่ถูกกัด ซึ่งจะช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันแบบพาสซีฟทันที ในขณะที่วัคซีนจะกระตุ้นการตอบสนองภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง
ในอดีตมีรายงานผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าจากอวัยวะที่ปลูกถ่ายหลายราย เช่น ปี 2005 มีรายงานว่าผู้รับการปลูกถ่ายไต ตับ และหลอดเลือดแดง 4 รายเสียชีวิตเนื่องจากผู้บริจาคติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจากค้างคาว และในปี 2020 มีเด็กหญิงวัย 5 ขวบและผู้รับการปลูกถ่ายอีก 1 รายเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าหลังจากการปลูกถ่ายไต
ทั้งนี้ ดร. แดเนียล คอล ศาสตราจารย์คลินิกโรคติดเชื้อของมหาวิทยาลัยมิชิแกน บอกว่า กรณีการติดเชื้อผ่านการปลูกถ่ายอวัยวะเช่นนี้ยังคงเกิดขึ้นได้ยากมาก และไม่ควรทำให้ผู้ป่วยกลัวที่จะรับการปลูกถ่ายอวัยวะ
คอลกล่าวเสริมว่า แม้ว่าอวัยวะจะได้รับการคัดกรองก่อนการปลูกถ่าย แต่การทดสอบโรคพิษสุนัขบ้าและโรคหายากอื่น ๆ จะใช้เวลาหลายวัน ในขณะที่อวัยวะที่บริจาคมักต้องนำไปปลูกถ่ายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ผู้บริจาคจะถูกคัดออกหากรายงานว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือแสดงอาการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าที่สังเกตเห็นได้
เรียบเรียงจาก Associated Press / Live Science