ในการประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา มี 185 ประเทศ/ดินแดนที่ตกเป็นเป้าของการจัดเก็บภาษี หนึ่งในนั้นคือ “เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกดอนัลด์” (Heard Island and McDonald Islands) ของออสเตรเลีย
เกาะแห่งนี้เป็นดินแดนที่อยู่ห่างจากออสเตรเลียไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 4,000 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้ด้วยการนั่งเรือจากกรุงเพิร์ธเป็นเวลา 7 วันเท่านั้น และไม่ได้มีมนุษย์เข้าไปเยือนมาเกือบ 10 ปีแล้ว
โดยรัฐบาลทรัมป์สั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากเกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกดอนัลด์ที่อัตรา 10% ทำให้แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า “สิ่งนี้แสดงให้เห็นและเป็นตัวอย่างว่า ไม่มีที่ใดในโลกที่ปลอดภัยจากเรื่องนี้”
นอกจากเกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกดอนัลด์แล้ว ดินแดนของออสเตรเลียที่โดนเรียกเก็บภาษียังมีหมู่เกาะโคโคส (คีลิง) และเกาะคริสต์มาส โดน 10% เช่นกัน ส่วนเกาะนอร์ฟอล์ก ซึ่งมีประชากรประมาณ 2,200 คน ถูกเรียกเก็บ 29%
เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกดอนัลด์เป็นเกาะที่แห้งแล้ง ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟบิ๊กเบน ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดและเป็นภูเขาไฟเพียงแห่งเดียวของออสเตรเลียที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ โดยส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง
เชื่อกันว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนเดินทางไปยังเกาะเฮิร์ดคือในปี 2016 เมื่อกลุ่มนักวิทยุสมัครเล่นขออนุญาตไปออกอากาศจากเกาะดังกล่าว
ไมค์ คอฟฟิน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย เล่าว่า เขาเคยเดินทางไปยังน่านน้ำโดยรอบเกาะแห่งนี้มาแล้ว 7 ครั้งเพื่อทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเมื่อเห็นข่าวทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากเกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกดอนัลด์ เขาจึงสงสัยว่า ที่นั่นมีสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ ด้วยหรือ
เขาบอกว่า “ไม่มีอะไรอยู่ที่นั่น” และเท่าที่เขารู้ มีเพียง 2 บริษัทในออสเตรเลียเท่านั้นที่จับและส่งออกปลาทูธฟิชและปลาแมคเคอเรลไอซ์ฟิชจากพื้นที่แถบนั้น
หมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในฐานะระบบนิเวศที่ไม่ถูกรบกวนจากภายนอก
คอฟฟินซึ่งศึกษาภูมิศาสตร์ใต้น้ำของหมู่เกาะกล่าวว่า “มีนกเพนกวิน แมวน้ำ และนกทะเลนานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก”
เขาเสริมว่า “ทุกครั้งที่มีเรือแล่นไปที่นั่นและสังเกตดู ก็จะมีลาวาไหลลงมาตามขอบของภูเขาไฟบิ๊กเบน” โดยบรรยายว่าลาวาไหลลงมาบนน้ำแข็งและทำให้เกิดไอน้ำ
เป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นภาพความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกดอนัลด์กับสหรัฐฯ แต่ตามข้อมูลการส่งออกของธนาคารโลก หมู่เกาะนี้ส่งออกผลิตภัณฑ์จำนวนเล็กน้อยไปยังสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
มีรายงานว่า ในปี 2022 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากเกาะดังกล่าวเป็นมูลค่า 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47 ล้านบาท) โดยสินค้าเกือบทั้งหมดเป็น “ผลิตภัณฑ์เครื่องจักรและไฟฟ้า” ที่ไม่ได้ระบุชื่อ
เรียบเรียงจาก BBC