ที่ประเทศเบลีซ ในทวีปอเมริกากลาง เกิดเหตุชายชาวอเมริกันรายหนึ่งใช้อาวุธมีดจี้ชิงเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสาร 14 คนอยู่บนเครื่อง โดยคนร้ายได้ทำร้ายคนบนเครื่องจนได้รับบาดเจ็บไป 2 ราย หนึ่งในนั้นอาการสาหัส
เครื่องบินลำดังกล่าวกำลังเดินทางจากโคโรซาลไปยังซานเปโดร โดยหลังจากได้รับการติดต่อจากผู้โดยสารบนเครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกส่งไปเตรียมพร้อมที่สนามบินต่าง ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าเครื่องบินจะลงจอดที่ใด รวมถึงมีการส่งเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยขึ้นบินติดตามเครื่องบินด้วย
เชสเตอร์ วิลเลียมส์ ผู้บัญชาการตำรวจเบลีซ เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือ อคินเลยา เทย์เลอร์ ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจเป็นอดีตทหารผ่านศึก ได้พยายามจี้เครื่องบิน โดยแทงนักบิน 1 คน และผู้โดยสารอีก 1 คน แล้วบอกให้นักบินพาตัวเขาออกนอกประเทศ
ทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวบินวนระหว่างตอนเหนือของเบลีซและเมืองหลวงเบลีซซิตี จนระดับน้ำมันลดลงสู่ระดับอันตราย
ต่อมา ผู้โดยสารรายหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ถูกแทง ได้ใช้อาวุธปืนที่พกถูกกฎหมาย ยิงเข้าไปที่หน้าอกของคนร้าย ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และนักบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติฟิลิป โกลด์สัน ได้อย่างปลอดภัย
เจ้าหน้าที่เสริมว่า เทย์เลอร์เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในท้องถิ่น และผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในอาการวิกฤตจากการถูกแทงเข้าที่หลัง
รายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงมีไม่มาก แต่วิลเลียมส์กล่าวว่า ผู้โดยสารรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงกว่าได้อย่างหวุดหวิด เนื่องจากเชื้อเพลิงของเครื่องบินหมดเกลี้ยงพอดีหลังจากลงจอด หมายความว่า หากลงจอดช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เครื่องบินอาจตกได้
สำหรับแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินยังไม่ชัดเจน แต่วิลเลียมส์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เทย์เลอร์ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเบลีซ และไม่ชัดเจนว่าเขาสามารถผ่านพรมแดนของเบลีซได้อย่างไร และเสริมว่า จะมีการทบทวนขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
ด้านโฆษกของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำเบลีซ กล่าวว่า กำลังทำงานร่วมกับทางการเบลีซเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว
เรียบเรียงจาก Reuters / The Guardian