ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา หนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในช่วงเวลานี้คือ “พระคาร์ดินัลเควิน ฟาร์เรล”
พระคาร์ดินัลฟาร์เรลเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง “คาเมอร์เลนโก” (Camerlengo) หรือเลขาธิการสำนักพระราชวังสันตะปาปา ซึ่งในระหว่าง “Apostolica Sedes Vacans” หรือพระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์หรือลาออกจากตำแหน่งนั้น จะทำหน้าที่บริหารนครรัฐวาติกันชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่
และพระคาร์ดินัลฟาร์เรลผู้นี้เอง ที่เป็นผู้ประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
สำหรับพระคาร์ดินัลฟาร์เรลล์เป็นชาวไอริช-อเมริกัน เกิดเมื่อปี 1947 ที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ปัจจุบันอายุ 77 ปี เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยซาลามังกาในสเปน และมหาวิทยาลัยสันตะปาปาเกรโกเรียนในกรุงโรม
เขาเคยดำรงตำแหน่งในคริสตจักรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยดำรงตำแหน่งเป็นบาทหลวงที่มหาวิทยาลัยมอนเทอร์เรย์ในเม็กซิโก รวมถึงที่มุขมณฑลในเบเธสดา รัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐฯ
โดยรวมแล้ว พระคาร์ดินัลฟาร์เรลล์ทำงานให้กับคริสตจักรต่าง ๆ ในสหรัฐฯ มานานกว่า 30 ปี และได้รับแต่งตั้งให้เป็นบิชอปแห่งดัลลัสในปี 2007
จนกระทั่งสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิสทรงขอให้เขามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกใหม่ของวาติกัน ซึ่งรับผิดชอบการดูแลจิตวิญญาณของครอบครัว และเลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็นพระคาร์ดินัล ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคาร์เมอเลนโกในปี 2019
นอกจากตำแหน่งคาเมอร์เลนโกแล้ว ในปี 2023 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสยังทรงเลือกฟาร์เรลล์เป็นประธานศาลฎีกาของนครรัฐวาติกัน นอกจากนี้ เขายังได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการรักษาความลับอีกด้วย
ในฐานะพระคาร์ดินัลที่มีอายุไม่ถึง 80 ปี พระคาร์ดินัลฟาร์เรลล์จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้เข้าร่วมการประชุมลับคอนเคลฟ (Conclave) ซึ่งเป็นขั้นตอนในการคัดเลือกพระสันตะปาปาองค์ต่อไป และอาจได้รับการโหวตให้เป็นพระสันตะปาปาได้ด้วย
ตามหลักเทคนิคแล้ว ผู้ที่ดำรงตำแหน่งคาร์เมอเลนโกสามารถเป็นพระสันตะปาปาได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งในประวัติศาสตร์ ได้แก่ พระสันตปาปาเลโอที่ 13 ในปี 1878 และพระสันตปาปาปิอุสที่ 12 ในปี 1939
เรียบเรียงจาก BBC