บริษัท Apple เปิดเผยว่ายอดขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทฯ ในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ ที่สิ้นสุดวันที่ 29 มีนาคม อยู่ที่ 95,360 ล้านดอลลาร์ (3.19 ล้านล้านบาท) ขณะที่ กำไรอยู่ที่ 1.65 ดอลลาร์ต่อหุ้น (55.2 บาทต่อหุ้น) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย ที่ 94,680 ล้านดอลลาร์ (3.17 ล้านล้านบาท) และ 1.63 ดอลลาร์ต่อหุ้น (54.6 บาทต่อหุ้น) ตามลำดับ
ในขณะที่ยอดขาย iPhone อยู่ที่ 46,840 ล้านดอลลาร์ (1.57 ล้านล้านบาท)เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 46,170 ล้านดอลลาร์ (1.55 ล้านล้านบาท) แม้ว่าผลลัพธ์จะดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ แต่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้าที่จะมีผลในไตรมาสต่อไป
จนถึงขณะนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังคงยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่ทางรัฐบาลกลางได้ส่งสัญญาณว่า อาจมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และความไม่แน่นอนดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Apple ซึ่งผลิตสินค้า 90% ในจีน ลดลงประมาณ 15% ซึ่งทำให้มูลค่าตลาดลดลงกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ (20 ล้านล้านบาท) ทั้งนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Apple มีแผนจะย้ายฐานการผลิต iPhone จากจีนไปที่อินเดีย เพื่อลดภาษีนำเข้า