คณะรัฐมนตรีความมั่นคงอิสราเอลอนุมัติ “แผนยึดฉนวนกาซา”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คณะรัฐมนตรีความมั่นคงอิสราเอลอนุมัติแผนยึดฉนวนกาซา เพื่อกำจัดกลุ่มฮามาสและช่วยเหลือตัวประกัน ขณะที่ชาวปาเลสไตน์จะถูกอพยพลงใต้อีก

เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค. คณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอลได้ประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการในฉนวนกาซา ซึ่งกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งหลังจากข้อตกลงหยุดยิงระยะแรกสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 18 มี.ค. โดยคณะรัฐมนตรีความมั่นคงอิสราเอลมีมติเอกฉันท์ อนุมัติแผนขยายปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มฮามาส ซึ่งรวมถึง "การยึดฉนวนกาซาและถือครองดินแดนเอาไว้"

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้ตัดสินใจดำเนิน “ปฏิบัติการที่รุนแรง” เพื่อทำลายกลุ่มฮามาสและช่วยเหลือตัวประกันที่เหลืออยู่

คณะรัฐมนตรีความมั่นคงอิสราเอลอนุมัติแผนยึดฉนวนกาซา Reuters/Hatem Khaled/File Photo
ความเสียหายในฉนวนกาซา

พร้อมระบุว่าประชากรในกาซาจำนวน 2.1 ล้านคน จะถูกเคลื่อนย้ายเพื่อปกป้องพวกเขา

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูไม่ได้ระบุว่า กองทัพอิสราเอลจะยึดพื้นที่มากน้อยเพียงใด แต่ย้ำว่า พวกเขาเข้าไปแล้วจะไม่ออกมา

“เราประชุมคณะรัฐมนตรียาวจนดึก และตัดสินใจดำเนินปฏิบัติการที่เข้มข้นขึ้นในกาซา เป็นข้อเสนอแนะของเสนาธิการทหารให้เดินหน้าสู่การเอาชนะฮามาส และในกระบวนการนั้น เขาเชื่อว่าจะทำให้เราช่วยตัวประกันได้ด้วย ซึ่งผมเห็นด้วยกับเขา เราจะไม่ยอมแพ้ในความพยายามนี้ และจะไม่ทอดทิ้งใคร” เนทันยาฮูกล่าว

ทั้งนี้ สื่ออิสราเอลรายงานว่า ขั้นตอนแรกจะรวมถึงการยึดพื้นที่เพิ่มเติมในกาซา และการขยายเขตกันชนที่อิสราเอลกำหนดไว้ตามแนวชายแดนของฉนวนกาซา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อิสราเอลมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นในการเจรจากับฮามาสเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงใหม่และการปล่อยตัวประกัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิสราเอลกล่าวว่า แผนดังกล่าวจะยังไม่เริ่มดำเนินการจนกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะเยือนตะวันออกกลางระหว่างวันที่ 13 ถึง 16 พ.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนี้ระบุว่าเป็นโอกาสที่เปิดให้กลุ่มฮามาสยอมรับข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันที่เหลือ

อิสราเอลเคยยึดครองกาซาในการสงครามตะวันออกกลางปี 1967 พร้อมกับเขตเวสต์แบงก์ และแม้จะถอนทหารและผู้ตั้งถิ่นฐานออกจากกาซาแต่เพียงฝ่ายเดียวในปี 2005 แต่สหประชาชาติก็ยังถือว่ากาซาเป็นดินแดนที่อิสราเอลยึดครองอยู่ เพราะอิสราเอลยังคงควบคุมพรมแดน ทางอากาศ และชายฝั่งของกาซา

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลยังอนุมัติในหลักการแผนการส่งมอบความช่วยเหลือผ่านบริษัทเอกชน เพื่อป้องกันไม่ให้ฮามาสเข้าควบคุมเสบียง และทำลายขีดความสามารถของการปกครองของฮามาส

เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระบุว่า การส่งมอบความช่วยเหลือจะเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อการขยายปฏิบัติการโจมตีเริ่มต้น และกองทัพจะจัดตั้งพื้นที่ควบคุมทางตอนใต้ของเมืองราฟาห์ ซึ่งชาวปาเลสไตน์จะสามารถเข้าไปได้หลังจากผ่านการตรวจสอบ

ทั้งนี้ สหประชาชาติและหน่วยงานบรรเทาทุกข์อื่น ๆ กล่าวว่าแผนการล่าสุดของอิสราเอลเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน และพวกเขาจะไม่ให้ความร่วมมือ

เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักรที่ระบุว่า ไม่สนับสนุนการขยายปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา ขณะที่สหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้อิสราเอลยับยั้งชั่งใจ โดยแสดงความกังวลถึงการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติมและความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ย้ำคำมั่นที่จะช่วยนำส่งอาหารให้กับชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหาร

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายกลุ่มฮูตีในเยเมน เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธใส่สนามบินเบน กูเรียนเมื่อวันก่อน 

โดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า ได้โจมตีสถานีที่อ้างว่าเป็นแหล่งเสบียงสำคัญของกลุ่มฮูตีในท่าเรือโฮเดดาห์ รวมถึงโรงงานปูนซีเมนต์บาจิลที่อยู่ทางตะวันออก

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าโรงงานปูนบาจิลเป็น "ทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ" และถูกใช้ในการสร้างอุโมงค์และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่สถานที่ในท่าเรือถูกใช้ในการลำเลียงอาวุธจากอิหร่าน

ท่าเรือโฮเดดาห์ เป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับสองในทะเลแดงรองจากเอเดน และเป็นจุดนำเข้าอาหารประมาณ 80% ของเยเมน

กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 21 คนจากการโจมตีเมื่อวันจันทร์ โดยอ้างว่าการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ-อิสราเอล" แต่สหรัฐฯ ได้ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ