ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามชั่วคราวระงับแผนการของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต้องการยุติสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติ หลังมหาวิทยาลัยยื่นฟ้อง ชี้เป็นการละเมิดกฎหมายและสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
ผู้พิพากษาศาลแขวงของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งห้ามชั่วคราวในคำตัดสินฉบับสั้น เมื่อวันศุกร์ โดยเป็นการระงับแผนการดำเนินงานของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งเพิ่งจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ในการเข้าถึง “โครงการนักเรียนและนักเรียนแลกเปลี่ยน (SEVP) ฐานข้อมูลของรัฐบาลที่ใช้ดูแลนักเรียนนักศึกษาต่างชาติ
คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยื่นฟ้องต่อรัฐบาลทรัมป์ โดยระบุในคำฟ้องว่า ด้วยลายเซ็นเพียงฉบับเดียว รัฐบาลพยายามลบหนึ่งในสี่ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมดของฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นนักเรียนต่างชาติ ที่มีบทบาทสำคัญต่อมหาวิทยาลัย และพันธกิจของมหาวิทยาลัย ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งล่าสุดระหว่างทำเนียบขาวกับสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ฮาร์วาร์ด ยังระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลทรัมป์ เมื่อวันพฤหัสบดี ในการห้ามมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดรับนักศึกษาต่างชาติ เป็นการละเมิดกฎหมายและสิทธิเสรีภาพในการพูดอย่างชัดเจน
ฝ่ายรัฐบาลทรัมป์ ให้เหตุผลว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอ เพื่อจัดการกับปัญหาการต่อต้านชาวยิว ในสถาบันการศึกษา ตลอดจน ไม่ยอมปรับเปลี่ยนแนวทางในการรับบุคลากรและนักศึกษา ซึ่งทางมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างเด็ดขาด
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีนักศึกษาต่างชาติที่ลงทะเบียนเรียนราว 6,800 คน คิดเป็นมากกว่า 27 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด
นักศึกษาต่างชาติ 1 ใน 5 มาจากจีน และนักศึกษาต่างชาติกลุ่มใหญ่อื่น ๆ มาจากแคนาดา อินเดีย เกาหลีใต้และสหราชอาณาจักร
โดยหนึ่งในนักศึกษาต่างชาติที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในขณะนี้ คือ เจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งเบลเยียม พระชนมายุ 23 ชันษา ว่าที่ราชินีแห่งเบลเยียมในอนาคตด้วย