เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เกิดเหตุไฟฟ้าดับในเมืองนีซและพื้นที่ใกล้เคียงทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลกระทบต่อประชาชนเกือบ 45,000 คน โดยพบว่าเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าถูกวางเพลิง
ไฟฟ้าดับครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 วันหลังจากเกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสตอนใต้ ซึ่งทำให้บ้านเรือนประมาณ 160,000 หลังทั่วภูมิภาคไม่มีไฟฟ้าใช้ และส่งผลกระทบต่อเมืองคานส์ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ
กลุ่มอนาธิปไตย 2 กลุ่มออกมาอ้างตัวว่าร่วมมือกันก่อเหตุ โดยระบุว่า พวกเขาได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าโดยเจตนา เพื่อก่อกวนเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และตัดกระแสไฟฟ้าของบริษัทการบินและอวกาศที่อยู่ใกล้เคียง สนามบินเมืองคานส์ และสถานประกอบการทางอุตสาหกรรม การทหาร และเทคโนโลยีอื่น ๆ ในพื้นที่
ทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า คำกล่าวอ้างของทั้งสองกลุ่มเป็นจริงหรือไม่ และยังไม่ชัดเจนว่า เหตุการณ์ 2 เหตุการณ์เชื่อมโยงกันหรือไม่
คริสเตียน เอสโตรซี นายกเทศมนตรีเมืองนีซ บอกว่า ตำรวจทั้งระดับชาติและระดับเทศบาลได้ระดมกำลังเพื่อจัดการกับหม้อแปลงไฟฟ้าที่ถูกวางเพลิง โดยเจ้าหน้าที่จะเปิดเผยภาพจากศูนย์ตรวจสอบของเมืองนีซให้ทีมสืบสวนได้ชม และเสริมว่า “ผมขอประณามการกระทำอันชั่วร้ายที่ส่งผลกระทบต่อประเทศของเราอย่างยิ่ง”
1 วันก่อนที่ไฟฟ้าจะดับในเมืองนีซ พื้นที่ Alpes-Maritimes ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองคานส์ ประสบปัญหาไฟฟ้าดับตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ถึง 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเกิดจากการก่อวินาศกรรมเช่นกัน
เจ้าหน้าที่พบว่า มรเหตุไฟไหม้ที่สถานีไฟฟ้าย่อยในเทศบาลทันเนอรอน ซึ่งอยู่ใกล้เคียง เมื่อวันที่ 24 พ.ค. เวลาประมาณ 04.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และในช่วงเช้าตรู่ เสาไฟฟ้าได้รับ “ความเสียหายอย่างหนัก”
วันที่ 24 พ.ค. เป็นวันสุดท้ายของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เหตุไฟฟ้าดับส่งผลกระทบต่อการฉายภาพยนตร์ 2 เรื่องในเช้าวันดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 5 นาที จากนั้นก็กลับมาฉายอีกครั้ง หลังมีการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อให้แน่ใจว่าการฉายภาพยนตร์ยังคงดำเนินต่อไปได้
เรียบเรียงจาก CNN