จากกรณีเรือพิฆาตขนาด 5,000 ตันลำใหม่ของเกาหลีเหนือได้รับความเสียหายในการปล่อยเรือจากท่าเรือชองจินที่ล้มเหลวเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดเกาหลีเหนือได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ 4 คนซึ่งมีความเกี่ยวข้องแล้ว
โดย คิม จองอึน ผู้นำสุงสุดเกาหลีเหนือ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความประมาทเลินเล่อของหน่วยงานทางการ ขณะที่เรือลำดังกล่าวปัจจุบันอยู่ในสภาพนอนตะแคงและคลุมด้วยผ้าคลุมสีน้ำเงิน โดยบางส่วนของเรือจมอยู่ใต้น้ำ ตามภาพถ่ายดาวเทียมที่มีการเผยแพร่ออกมา
เรือลำนี้เป็นเรือพิฆาตลำที่ 2 ของเกาหลีเหนือ ส่วนเรือพิฆาตลำใหม่ลำแรก ซึ่งเป็นเรือขนาด 5,000 ตันเช่นกัน เปิดตัวด้วยความยิ่งใหญ่เมื่อเดือน เม.ย. ที่แล้ว ถือเป็นเรือรบที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดของเกาหลีเหนือ และสื่อของรัฐรายงานว่าเรือลำนี้ได้รับการออกแบบให้บรรทุกอาวุธได้หลากหลายชนิด รวมถึงขีปนาวุธนิวเคลียร์ด้วย
สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ 3 คนของอู่ต่อเรือชองจิน ได้แก่ หัวหน้าวิศวกร หัวหน้าทีมสร้างตัวเรือ และรองผู้จัดการฝ่ายบริหาร
ขณะที่เมื่อวันที่ 26 พ.ค. เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้ควบคุมตัว รี ฮยอง-ซอน รองผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมอาวุธของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงาน โดยระบุว่า รีมีส่วนรับผิดชอบอย่างมากต่อเหตุการณ์ปล่อยเรือที่ล้มเหลวดังกล่าว
รีถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่ถูกจับกุมในเหตุการณ์ดังกล่าวจนถึงขณะนี้
ทำให้รวมแล้ว มีเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ 4 รายที่ถูกจับกุม ขณะที่ก่อนหน้านี้ KCNA เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ฮง คิล-โฮ ผู้จัดการอู่ต่อเรือถูกเรียกตัวไปสอบปากคำด้วย
ไม่ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะต้องเผชิญกับการลงโทษอย่างไรบ้าง แต่เกาหลีเหนือขึ้นชื่อเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เลวร้าย
ผู้นำคิมได้กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ทหาร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ดำเนินการอู่ต่อเรือสำหรับสิ่งที่เขาเรียกว่า “อาชญากรรมซึ่งเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ไร้ความรับผิดชอบ และการใช้หลักประสบการณ์ที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์”
ด้านคณะกรรมาธิการทหารกลางกล่าวว่า “ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบไม่สามารถหลบเลี่ยงความรับผิดชอบต่ออาชญากรรมนี้ได้”
เกาหลีเหนือปฏิเสธว่าเรือรบได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยระบุว่าตัวเรือด้านขวามีรอยขีดข่วน และน้ำทะเลบางส่วนไหลเข้าไปในส่วนท้ายเรือ และคาดว่าอาจใช้เวลาประมาณ 10 วันในการซ่อมแซม แต่ผู้สังเกตการณ์ภายนอกหลายคนกล่าวว่าอาจใช้เวลานานกว่านั้น
ทั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกาหลีเหนือจะเปิดเผยอุบัติเหตุในประเทศต่อสาธารณะให้โลกภายนอกทราบ แม้ว่าในอดีตเกาหลีเหนือจะเคยทำเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งหลังจากที่ยิงดาวเทียมล้มเหลว
นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า การตอบสนองที่รวดเร็วและรุนแรงของคิมมีจุดประสงค์เพื่อเป็นสัญญาณว่าเกาหลีเหนือจะพัฒนาขีดความสามารถทางทหารต่อไป
เอ็ดเวิร์ด ฮาวเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า “สิ่งนี้ส่งสารที่ชัดเจนไปยังเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ว่า เกาหลีเหนือจะไม่หยุดความพยายามในการซ่อมแซมและเสริมสร้างเทคโนโลยีทางทะเล”
เรียบเรียงจาก Associated Press / BBC