จากกรณีเหตุปะทะกันข้ามชายแดนระหว่างอินเดียและปากีสถานเมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีชนวนมาจากเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในแคชเมียร์ แม้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงไปแล้ว แต่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่อาจจุดชนวนขึ้นอีก
วันที่ 27 พ.ค. นายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี ขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ที่รัฐคุชราต ทางตะวันตกของประเทศ เน้นย้ำว่า รัฐบาลจะไม่อดทนอดกลั้น และไม่ปล่อยให้มีกลุ่มก่อการร้ายโดยเด็ดขาด และเตือนประชาชนและรัฐบาลปากีสถานว่า กระสุนของอินเดียพร้อมเสมอ หากประเทศเพื่อนบ้านไม่ยอมเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ
โมดีแถลงว่า การก่อการร้ายในอินเดียจะถูกจัดการอย่างเข้มข้น พร้อมกันนี้ยังส่งคำเตือนไปยังชาวปากีสถาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้ออกมาช่วยกันยุติการก่อการร้าย มิฉะนั้นก็ต้องพร้อมที่จะเผชิญกับความโกรธแค้นของกองทัพอินเดีย
ล่าสุด ปากีสถานได้ออกมาประณามคำเตือนของผู้นำอินเดีย โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยุติข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และหลีกเลี่ยงการคุกคามหรือใช้กำลัง และหากอินเดียกังวลกับลัทธิหัวรุนแรงจริง ก็ควรเน้นแก้ปัญหาความไม่ยอมรับทางศาสนาที่เพิ่มมากขึ้นในสังคม และการละเลยชนกลุ่มน้อย
ขณะเดียวกัน ปากีสถานยังย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและความเท่าเทียมทางอธิปไตย โดยเตือนว่าภัยคุกคามใดๆ ต่อความมั่นคงหรือบูรณภาพแห่งดินแดนของปากีสถาน จะถูกตอบโต้อย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศปากีสถานเรียกร้องให้นานาประเทศให้ความสำคัญกับถ้อยคำที่ก้าวร้าวของอินเดีย เพราะถือเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความพยายามในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน