ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและ “อีลอน มัสก์” มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกและอดีตที่ปรึกษา ได้สิ้นสุดลงแล้วจริง ๆ
ถ้อยแถลงดังกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ ต่อคำถามที่ว่า ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเขากับมัสก์ได้จบลงแล้วหรือไม่ ซึ่งทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่าใช่นะ” และเมื่อถามว่าต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์หรือไม่ ผู้นำสหรัฐฯ ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า “ไม่”
นี่ถือเป็นความคิดเห็นล่าสุดนับตั้งแต่ทั้งสองคนปะทะคารมกันอย่างรุนแรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์
โดยความขัดแย้งเริ่มขึ้นหลังจาก มัสก์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดนี้ อย่างรุนแรง
มัสก์วิจารณ์ร่างกฎหมายที่เรียกว่า “ร่างกฎหมายที่ยิ่งใหญ่สวยงามฉบับหนึ่ง” (One Big Beautiful Bill) ว่า จะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีกหลายล้านล้านดอลลาร์ และบั่นทอนความพยายามของตัวเองขณะดูกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลหรือ Doge ที่ตั้งขึ้นเพื่อลดการใช้จ่ายของรัฐ
เพียงไม่กี่วันหลังลาออกจากตำแหน่ง มัสก์โพสต์บน X ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว คือ “สิ่งน่ารังเกียจ” ทำให้ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผิดหวัง” กับพฤติกรรมของมัสก์
มัสก์ตอบโต้ว่า ทรัมป์จะไม่ชนะเลือกตั้งถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเขา และกล่าวหาว่าทรัมป์มีส่วนเกี่ยวข้องกับแฟ้มข้อมูลของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักธุรกิจสุดอื้อฉาวที่เสียชีวิตในเรือนจำขณะรอการพิจารณาคดีค้าประเวณี ก่อนจะลบโพสต์ในภายหลังและทนายความของเอปสตีนก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น
ฟากทรัมป์ตอบโต้กลับผ่าน Truth Social โดยกล่าวว่ามัสก์ “เสียสติไปแล้ว” พร้อมทั้งขู่ว่าอาจยุติสัญญารัฐบาลกับบริษัทของมัสก์
มัสก์ ซึ่งปัจจุบันเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และเคยบริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับแคมเปญการหาเสียงของทรัมป์ ยังเคยบอกด้วยว่า อาจจะหันไปสนับสนุนคู่แข่งของทรัมป์ ในการเลือกตั้งกลางเทอม ปี 2026 โดยเฉพาะผู้สมัครที่ต่อต้านร่างกฎหมายภาษีดังกล่าว
การที่มัสก์จะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตนั้น ทำให้ทรัมป์ทิ้งท้ายว่า มัสก์จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรงตามมา