13 มิ.ย. เวลา 22.18 น. พลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ว่า พรุ่งนี้ เสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 คณะกรรมาธิการเขตแดนกัมพูชา-ไทย (JBC) จะประชุมกันอีกครั้ง หลังจากไม่ได้ประชุมกันมานาน 12 ปี โดยกัมพูชายังคงให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการส่งเสริมการวัดพรมแดนและตั้งเสาพรมแดน ระหว่างสองประเทศที่เหลือ (ยกเว้นพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด ตาควาย และบริเวณช่องบก-มุมไบ) โดยใช้กลไก JBC
พลเอกฮุน มาเนต ระบุว่า ผมขอแจ้งให้เพื่อนร่วมชาติทราบว่า 2 ประเด็นที่จะไม่หารือกันในการประชุม JBC พรุ่งนี้ ได้แก่ ประเด็นปัญหาชายแดนที่เกี่ยวข้องกับปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด ตาควาย และบริเวณช่องบก-มุมไบ จะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุม JBC เนื่องจากกัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะนำประเด็นปัญหาชายแดนทั้ง 4 ภูมิภาคไปพิจารณาที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ฝ่ายกัมพูชากำลังรอการยืนยันจุดยืนของฝ่ายไทยในการประชุม JBC พรุ่งนี้ว่าไทยจะร่วมกับกัมพูชาในการนำประเด็นใน 4 ภูมิภาคนี้ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือไม่
ข้าพเจ้าขอแจ้งให้เพื่อนร่วมชาติทราบว่า แม้ว่าฝ่ายไทยจะไม่เห็นด้วยหรือให้คำตอบไม่ได้ กัมพูชาจะตัดสินใจเป็นเอกฉันท์ที่จะยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศใน 4 ภูมิภาคนี้ โดยกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ และจะส่งหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในวันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน
พลเอกฮุน มาเนต ยังระบุด้วยว่า ประเด็นการปิดพรมแดน จะไม่ถูกนำมาหารือในที่ประชุม JBC พรุ่งนี้เช่นกัน เนื่องจากการปิดหรือเปิดประตูพรมแดนไม่ใช่ความรับผิดชอบของ JBC ปัญหาการปิดพรมแดนจะแก้ไขได้ง่ายหากกองทัพไทยซึ่งเริ่มปิดพรมแดนฝ่ายเดียวตั้งแต่ 7 มิ.ย. เปิดพรมแดนอีกครั้ง เหมือนที่ทำฝ่ายเดียว
กัมพูชาไม่มีเจตนาที่จะก่อปัญหาที่กระทบต่อการเดินทางหรือการค้าข้ามพรมแดนของคนไทยและกัมพูชา แต่กัมพูชามีความสามารถเพียงพอที่จะนำมาตรการมาใช้เพื่อรับมือกับภัยคุกคามหรือแรงกดดันจากภายนอก
ผมขอยืนยันว่ากัมพูชาไม่ใช่ผู้ริเริ่มปัญหานี้ ดังนั้นกัมพูชาไม่ควรเป็นผู้ยุติปัญหานี้ก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นโดยฝ่ายหนึ่งต้องยุติโดยฝ่ายหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเจรจา ใครเริ่มก่อน จบก่อน