ฮามาสยอมรับ เสียการควบคุมพื้นที่ 80% ในฉนวนกาซาแล้ว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กลุ่มฮามาสเปิดเผยว่า ได้สูญเสียการควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฉนวนกาซา 80% แล้ว รวมถึงเผชิญกับการล่มสลายด้านความมั่นคงในพื้นที่

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูงของกลุ่มฮามาสเปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่า ผลพวงจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ส่งผลทำให้กลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์สูญเสียการควบคุมพื้นที่ในฉนวนกาซาไปแล้วประมาณ 80 % ขณะเดียวกันยังทำให้ระบบการบังคับบัญชาและการควบคุมของกลุ่มฮามาสล่มสลายไปด้วย

นอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า เวลานี้โครงสร้างด้านความมั่นคงของกลุ่มฮามาสแทบไม่เหลืออะไรอีกแล้ว และผู้นำกลุ่มประมาณ 95 % และบุคคลสำคัญของกลุ่มทั้งหมดก็ถูกสังหารไปด้วย

ฮามาสยอมรับ เสียการควบคุมพื้นที่ 80% ในฉนวนกาซาแล้ว Reuters/Reuters
ความเสียหายในฉนวนกาซา

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ขณะนี้กลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์เกิดภาวะสุญญากาศทางความมั่นคง และปัจจุบันก็มีกลุ่มอาชญากรอยู่ทุกหนทุกแห่ง

คำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่รายนี้เกิดขึ้น หลังจากที่ โยอาฟ กัลแลนต์ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลระบุว่า กลุ่มฮามาสในรูปแบบกองกำลังทหารไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว และกำลังใช้ยุทธวิธีกองโจรในการต่อสู้กับอิสราเอล

ขณะที่เจ้าหน้าที่ฮามาสคนก่อนระบุว่า กลุ่มดังกล่าวพยายามจะรวมกลุ่มกันใหม่ในช่วงหยุดยิง 57 วันกับอิสราเอลเมื่อต้นปีนี้ แต่หลังจากข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลงในเดือน มี.ค. อิสราเอลก็โจมตีโครงสร้างที่เหลืออยู่ของกลุ่มดังกล่าวจนราบคาบ

ส่วนความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิง อิสราเอลได้ส่งคณะผู้แทนไปยังกาตาร์ในวันที่ 6 ก.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงและตัวประกันในฉนวนกาซา แม้ว่าสำนักงานของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงที่กลุ่มฮามาสร้องขอต่อข้อเสนอหยุดยิงนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้

โดยล่าสุดคณะผู้แทนจากอิสราเอลและฮามาสได้เริ่มการเจรจาหยุดยิงทางอ้อมในกาตาร์แล้ว ท่ามกลางการกำชับจากนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูว่า การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่อิสราเอลยอมรับ

โดยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกล่าวว่า เขายังคงมุ่งมั่นกับสิ่งที่เขาเรียกว่าภารกิจ 3 ประการ ได้แก่ การปล่อยตัวประกันทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตไปแล้วกลับประเทศทั้งหมด, การทำลายขีดความสามารถของกลุ่มฮามาส เพื่อขับไล่ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว และเพื่อให้แน่ใจว่ากาซาจะไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลอีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นขณะที่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อพบกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

โดยนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูระบุว่า การพบปะกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 7 ก.ค. จะช่วยให้ความพยายามในการบรรลุข้อตกลงในการปล่อยตัวตัวประกันเพิ่มเติมและการหยุดยิงในฉนวนกาซาเพื่อยุติสงครามคืบหน้าไปได้ หลังกลุ่มฮามาสตอบเสนอต่อข้อเสนอหยุดยิงในเชิงบวก

อย่างไรก็ตามกลุ่มฮามาสยังคงยืนกรานเงื่อนไขที่เกือบจะเหมือนเดิมกับที่เคยยืนกรานไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงการรับประกันการยุติการสู้รบทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดการสงบศึก และการถอนทหารอิสราเอล

ขณะที่ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และอียิปต์จะต้องทำงานอย่างหนักในการเจรจาทางอ้อมระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสเพื่อพยายามแก้ไขจุดติดขัดเหล่านี้

ขณะนี้คำถามในตอนนี้ไม่ใช่แค่ว่าการเจรจาในกาตาร์จะสามารถหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้หรือไม่ แต่ยังรวมถึงว่าประธานาธิบดีทรัมป์สามารถโน้มน้าวนากรัฐมนตรีเนทันยาฮูให้ยุติสงครามในการประชุมในวันจันทร์ได้หรือไม่

ส่วนความเคลื่อนไหวในพื้นที่สู้รบ พบว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮามาส 130 แห่ง และสังหารนักรบติดอาวุธหลายคน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกัน อย่างเมื่อวานนี้ โรงพยาบาลในฉนวนกาซาพบผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 คน

ทั้งนี้นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 คน และจับตัวประกันอีก 251 ราย

ขณะที่อิสราเอลตอบโต้กลับด้วยการโจมตีที่คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไปแล้วกว่า 57,000 คน โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงและเด็ก

 

เรียบเรียงจาก BBC

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ