วันที่ 7 ก.ค. ครัวเรือนเกือบ 400,000 หลังคาเรือนในไต้หวันไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังจากพายุไต้ฝุ่น “ดานัส” พัดถล่มชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ รวมถึงคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 300 คน
สำนักงานอุตุนิยมวิทยากลางของไต้หวันรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นดานัสพัดขึ้นฝั่งในเขตเจียอี้เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค. ด้วยความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 1 พายุนี้เคลื่อนตัวออกจากชายฝั่งในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.ค. จันทร์ และกำลังเข้าใกล้จีนแผ่นดินใหญ่โดยอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน
ตามรายงาน ณ ช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.ค. ครัวเรือนเกือบ 400,000 หลังคาเรือนทั่วเกาะไม่มีไฟฟ้าใช้ โรงเรียนและธุรกิจในเมืองและเทศมณฑลหลายสิบแห่งต้องประกาศปิดทำการ
ไต้ฝุ่นฤดูร้อนเป็นเรื่องปกติในไต้หวัน แต่โดยปกติจะพัดขึ้นฝั่งบนชายฝั่งตะวันออกของเกาะที่เป็นภูเขาและมีประชากรเบาบาง สำนักงานอุตุนิยมวิทยากลางไต้หวันกล่าวว่า พายุดานัสเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกแรกที่พัดขึ้นฝั่งในเขตเจียอี้ นับตั้งแต่หน่วยงานเริ่มบันทึกข้อมูลพายุไต้ฝุ่นอย่างละเอียดตั้งแต่ปี 1958
ประธานาธิบดีไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า พายุไต้ฝุ่นลูกนี้เคลื่อนตัวตามเส้นทางที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก “ทั้งไต้หวันได้รับผลกระทบจากลมและฝนอย่างต่อเนื่อง”
ผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยัน 2 รายเกิดขึ้นในไถหนาน เมืองที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะและเป็นอดีตเมืองหลวง โดยชายวัย 60 ปีเสียชีวิตหลังจากพายุไต้ฝุ่นทำให้ไฟฟ้าดับจนเครื่องช่วยหายใจดับ และอีกรายเป็นชายวัย 69 ปีถูกต้นไม้ล้มทับเสียชีวิต
เรียบเรียงจาก New York Times