เมื่อวันที่ 5 พ.ค. มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า “ไต้หวัน” น่าจะเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ในการพบกันสัปดาห์หน้า
รูบิโอกล่าวว่า ระหว่างนี้ สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในไต้หวัน “ผมมั่นใจว่าไต้หวันจะเป็นหัวข้อสนทนาเสมอ ผมคิดว่าทั้งสองประเทศเข้าใจว่าไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะเห็นสิ่งใด ๆ ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงเกิดขึ้นในส่วนนั้นของโลก”
เขาเสริมว่า “เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในไต้หวันหรือที่ใดก็ตามในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และผมคิดว่านั่นจะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อสหรัฐอเมริกาและจีน”
ทรัมป์มีกำหนดเยือนปักกิ่งในวันที่ 14 และ 15 พ.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดยเลื่อนมาจากกำหนดการเดิมในเดือน มี.ค. หลังจากที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอล
ไต้หวันกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากปักกิ่ง ซึ่งอ้างว่าเกาะที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้เป็นดินแดนของตน สหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนระหว่างประเทศและผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญที่สุดของไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างต่อเนื่องให้กับปักกิ่ง
ทั้งนี้ รูบิโอเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของปักกิ่งอย่างเปิดเผยขณะดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก โดยสนับสนุนกฎหมายที่นำมาซึ่งการคว่ำบาตรต่อข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับใช้แรงงานชนกลุ่มน้อยอุยกูร์
เมื่อถูกถามว่า ทรัมป์จะหยิบยกประเด็นสิทธิมนุษยชนขึ้นมาหรือไม่ รูบิโอตอบว่า “ผมคิดว่าเราได้พิสูจน์แล้วในบางกรณีว่าการหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาในสถานที่ที่เหมาะสมนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เราก็หยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาเสมอ”
รูบิโอยังเรียกร้องให้จีนกดดัน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งเดินทางเยือนจีนอยู่ในขณะนี้
จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด โดยไม่สนใจมาตรการคว่ำบาตรที่ทรัมป์กำหนดขึ้นฝ่ายเดียวตั้งแต่สมัยแรกของเขาต่อประเทศใด ๆ ที่เป็นลูกค้าของเตหะราน
“ผมหวังว่าจีนจะบอกอารักชีในสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้ และนั่นก็คือสิ่งที่คุณทำในช่องแคบฮอร์มุซทำให้คุณถูกโดดเดี่ยวในระดับโลก คุณเป็นคนผิดในเรื่องนี้ พวกคุณไม่ควรระเบิดเรือ” รูบิโอกล่าว
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ก็เป็นฝ่ายระเบิดเรือเช่นกัน กองทัพสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่าได้ทำลายเรือเล็กของอิหร่านไป 6 ลำ โดยกล่าวหาว่าเรือเหล่านั้นคุกคามการขนส่งสินค้า
ระหว่างสงคราม เรือดำน้ำของสหรัฐฯ ยังได้ยิงตอร์ปิโดใส่เรือฟริเกตของอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา ทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 104 นาย
เรียบเรียงจาก Reuters