วันที่ 6 พ.ค. เมื่อเวลาประมาณ 05.50 น. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือเรือที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซจะถูกระงับไว้ชั่วคราว
ทรัมป์กล่าวว่า “โปรเจกต์ฟรีดอม” (Project Freedom) ซึ่งเพิ่งดำเนินมาได้ไม่ถึง 48 ชั่วโมง จะถูกระงับ เนื่องจาก “มีความคืบหน้าอย่างมาก” ในการเจรจาข้อตกลงกับอิหร่าน
ทรัมป์ระบุว่า “ตามคำขอของปากีสถานและประเทศอื่น ๆ ประกอบกับความสำเร็จทางทหารอย่างมหาศาลที่เราได้รับระหว่างปฏิบัติการต่อต้านประเทศอิหร่าน และความคืบหน้าอย่างมากในการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับตัวแทนของอิหร่าน เราจึงตกลงร่วมกันว่า ในขณะที่การปิดล้อมจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ โปรเจกต์ฟรีดอมจะถูกระงับไว้ชั่วคราวเพื่อดูว่าสามารถสรุปและลงนามในข้อตกลงได้หรือไม่”
ทั้งนี้ สื่อของรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่านี่เป็นชัยชนะ โดยระบุว่า การระงับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทรัมป์ “ถอย” หลังจาก “ความล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง” ในการเปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้
สหรัฐฯ-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลง!?
เว็บไซต์ข่าวอเมริกัน Axios รายงานว่า สหรัฐฯ เชื่อว่ากำลังใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจฉบับย่อหนึ่งหน้าเพื่อยุติสงคราม โดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองคนและแหล่งข่าวอื่นอีกสองแหล่งที่ได้รับทราบเรื่องนี้
นอกจากนี้ Axios ยังรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายได้วางกรอบสำหรับการเจรจาที่ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ใจกลางการเจรจาที่ติดขัดระหว่างวอชิงตันและเตหะราน
มีรายงานว่าสหรัฐฯ คาดหวังว่าอิหร่านจะตอบสนองต่อประเด็นสำคัญหลายประเด็นภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า และแม้ว่าจะยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ แต่แหล่งข่าวบอกกับ Axios ว่านี่เป็นความใกล้เคียงที่สุดที่ทั้งสองฝ่ายเคยมีมานับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
ในบรรดาข้อกำหนดอื่น ๆ ข้อตกลงนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่อิหร่านให้คำมั่นว่าจะระงับการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ สหรัฐฯ ตกลงที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและปล่อยเงินทุนของอิหร่านหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ และทั้งสองฝ่ายยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวปากีสถานที่มีส่วนร่วมในความพยายามสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ยืนยันรายงานของสำนักข่าว Axios แล้ว
แหล่งข่าวกล่าวว่า “เราจะปิดดีลนี้ได้ในเร็ว ๆ นี้ เราใกล้จะสำเร็จแล้ว”
อิสราเอลแจ้งประชาชนอพยพจากเลบานอนตอนใต้
วันที่ 6 พ.ค. กองกำลังอิสราเอล (IDF) ได้แจ้งให้ประชาชนอพยพออกจากบ้านเรือนใน 12 หมู่บ้านและเมืองทางตอนใต้ของเลบานอน โดยประชาชนได้รับคำสั่งให้ย้ายออกไปอย่างน้อย 1 กิโลเมตรจากบ้านของตน
รมว.ต่างประเทศอิหร่านหารือจีน
วันที่ 6 พ.ค. สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้พบกับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อหารือกันที่ปักกิ่ง โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า อารักชีจะ "หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีและการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ" กับ หวัง อี้
การเยือนจีนของอารักชีเกิดขึ้นก่อนการเยือนจีนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีกำหนดพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน
สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานหลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศจีนในกรุงปักกิ่งว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่าความร่วมมือระหว่างประเทศของเขากับจีน “จะแข็งแกร่งกว่าที่เคย”
สำนักข่าวเมห์รรายงานว่า ระหว่างการพบปะกับหวัง อี้ ทางอารักชีเรียกปักกิ่งว่า “มิตรแท้ของเตหะราน”
เขายังกล่าวอีกว่า “ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ความร่วมมือระหว่างสองประเทศจะแข็งแกร่งกว่าที่เคย”
ต่อมา สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า หวัง อี้ กล่าวว่า การกระทำทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านนั้น “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ระหว่างการพบปะกับอารักชี
หวังกล่าวว่า ตะวันออกกลางกำลังอยู่ใน “จุดเปลี่ยนที่สำคัญ” และการหยุดยิงอย่างครอบคลุมนั้น “ขาดไม่ได้” สำหรับเสถียรภาพในภูมิภาค
เขายังยืนยันถึงความมุ่งมั่นของปักกิ่งในการลดความตึงเครียด และกล่าวว่าการเจรจาโดยตรงระหว่างสองฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
อารักชีแสดงความชื่นชมต่อ “จุดยืนที่มั่นคง” ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประณามสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล และกล่าวว่าความร่วมมือระหว่างเตหะรานและปักกิ่งจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ปักกิ่งเชื่อว่าการยุติการสู้รบอย่างสมบูรณ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เป็นเรื่อง "เร่งด่วนที่สุด" และแสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาคมระหว่างประเทศในการเปิดเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยในเร็ววัน
เกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างแทบจะสมบูรณ์ หวัง อี้ กล่าวว่า “เราหวังว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องอย่างหนักแน่นของประชาคมระหว่างประเทศโดยเร็วที่สุด” เพื่อฟื้นฟูการเดินเรือให้เป็นปกติและปลอดภัย
“จีนเชื่อว่าการหยุดยิงอย่างครอบคลุมนั้นไม่สามารถล่าช้าได้ การเริ่มต้นสงครามใหม่นั้นยิ่งไม่พึงประสงค์” หวัง อี้ กล่าวกับอารักชี
หวัง อี้ ยังกล่าวอีกว่า “จีนชื่นชมความมุ่งมั่นของอิหร่านที่จะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่เชื่อว่าอิหร่านมีสิทธิโดยชอบธรรมในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ”
สหรัฐฯ ประกาศภารกิจถล่มอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว
ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 5 พ.ค. มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงว่า การโจมตีอิหร่านภายใต้ปฏิบัติการ "อีปิกฟิวรี" (Epic Fury) ได้บรรลุเป้าหมายแล้ว และจะหันไปใช้มาตรการกดดันด้านเศรษฐกิจแทน
"ปฏิบัติการอีปิกฟิวรีได้สิ้นสุดลงแล้ว เราบรรลุเป้าหมายของปฏิบัติการนั้น" รูบิโอกล่าว พร้อมเสริมว่า ขั้นตอนการโจมตีในสงครามกับอิหร่าน "จบลงแล้ว"
โดยรูบิโอย้ำว่า สหรัฐฯ อยากเห็นสันติภาพ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงกับอิหร่านในประเด็นสำคัญ ๆ รวมถึงการเปิดเส้นทางเดินเรือให้กลับมาสัญจรได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเริ่มทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาล้มเหลวหรืออิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงฉบับปัจจุบัน
ส่วนการคุ้มครองเรือสินค้าให้แล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยภายใต้ชื่อปฏิบัติการโปรเจกต์ฟรีดอมนั้น รูบิโอย้ำว่า ภารกิจนี้ไม่ใช่การบุกจู่โจม แต่เป็นมาตรการตั้งรับ โดย รูบิโอย้ำว่าการยิงปะทะกันจะไม่เกิดขึ้น หากสหรัฐฯ ไม่ถูกโจมตีก่อ
เช่นเดียวกับ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่กล่าวถึงปฏิบัติการโปรเจกต์ฟรีดอมว่าเป็นมาตรการเพียงชั่วคราว และย้ำว่า อิหร่านไม่ใช่ผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
เฮกเซธยังย้ำว่า “ข้อตกลงหยุดยิงยังไม่สิ้นสุด แต่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่า หากสถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ จะถือเป็นการสิ้นสุดข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่”
ขณะที่ พลอากาศเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศการหยุดยิง เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา อิหร่านเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงใส่เรือพาณิชย์ไปแล้ว 9 ครั้ง และยึดเรือบรรทุกสินค้าไปอีก 2 ลำ
นอกจากนี้ อิหร่านยัง โจมตีกองทัพสหรัฐแล้วมากกว่า 10 ครั้ง นับตั้งแต่มีการหยุดยิง แต่เหตุการณ์เหล่านี้ยังถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะทำให้ต้องกลับไปเปิดฉากปฏิบัติการสู้รบอย่างเต็มเต็มรูปแบบอีกครั้ง
สหรัฐฯ จี้จีนกดดันอิหร่าน
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนกดดัน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งเดินทางเยือนจีนอยู่ในขณะนี้
จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด โดยไม่สนใจมาตรการคว่ำบาตรที่ทรัมป์กำหนดขึ้นฝ่ายเดียวตั้งแต่สมัยแรกของเขาต่อประเทศใด ๆ ที่เป็นลูกค้าของเตหะราน
“ผมหวังว่าจีนจะบอกอารักชีในสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้ และนั่นก็คือสิ่งที่คุณทำในช่องแคบฮอร์มุซทำให้คุณถูกโดดเดี่ยวในระดับโลก คุณเป็นคนผิดในเรื่องนี้ พวกคุณไม่ควรระเบิดเรือ” รูบิโอกล่าว
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ก็เป็นฝ่ายระเบิดเรือเช่นกัน กองทัพสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่าได้ทำลายเรือเล็กของอิหร่านไป 6 ลำ โดยกล่าวหาว่าเรือเหล่านั้นคุกคามการขนส่งสินค้า
ระหว่างสงคราม เรือดำน้ำของสหรัฐฯ ยังได้ยิงตอร์ปิโดใส่เรือฟริเกตของอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา ทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 104 นาย
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / BBC / CNN / The Guardian