สำนักข่าว The Times of Israel รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของประเทศคนกลางการเจรจาว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มที่จะสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ส่งกำลังภาคพื้นดินบุกเข้าสู่ดินแดนอิหร่าน โดยแรงกดดันทางทหารจะทำให้อิหร่านยอมทำตามความต้องการของสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ยอมรับแล้วว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงตามแผนยุติสงคราม 15 ข้อกับอิหร่านแทบเป็นไปไม่ได้ และการส่งทหารอเมริกันหลายพันนายไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางมีจุดมุ่งหมายคือยึดเกาะคาร์ก แหล่งน้ำมันดิบสำคัญของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน The Times of Israel ยังรายงานความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่จากชาติตัวกลางที่ประเมินว่า สหรัฐฯอาจบุกยึดเกาะคาร์กได้ก็จริง แต่การรรักษาพื้นที่เอาไว้ให้ได้ต้องใช้กำลังทหารเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมากและการสู้รบจะกินเวลานานมาก ซึ่งน่าจะใช้ระยะเวลาเกินกว่า 4-6 สัปดาห์ ตามที่รัฐบาลสหรัฐฯเคยคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวทั้งสองคนสรุปตรงกันว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนแน่นอน ไม่ว่าการส่งทหารบุกยึดทางภาคพื้นดินจะเดินหน้าตามแผนการหรือไม่
ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน หลังจากก่อนหน้านี้เลื่อนมาแล้ว 5 วัน หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า กำลังมีการเจรจากับอิหร่านเพื่อหาทางยุติสงคราม
โดยแผนการโจมตีแหล่งพลังผลิตพลังงานของสหรัฐฯ จะถูกเลื่อนไปจนถึงวันจันทร์ที่ 6 เม.ย. เวลา 20.00 น. ตามเวลาเขตตะวันออก จากเดิมที่ครบกำหนดเส้นตายในวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่าการเจรจายังคงดำเนินอยู่ และกำลังดำเนินไปด้วยดี
เช่นเดียวกับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้น” ในการเจรจากับอิหร่าน แต่ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียดว่าได้หารือกับฝ่ายใดบ้าง
ขณะที่ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน สตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลางของสหรัฐฯ ยืนยันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินการเจรจากับอิหร่านผ่านช่องทางทางการทูตโดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง
อิหร่านระดมกำลัง 1 ล้านนาย พร้อมรับศึกหากสหรัฐฯ โจมตีภาคพื้นดิน
แหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านเปิดเผยกับสำนักข่าวทาสนิม ระบุว่า ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาอาจตัดสินใจดำเนินปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินต่ออิหร่าน ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ นั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสความตื่นตัวและความพร้อมในหมู่นักรบภาคพื้นดินของอิหร่าน
แหล่งข่าวระบุว่า กองกำลังอิหร่านได้มีการจัดระเบียบกำลังพลสำหรับการสู้รบภาคพื้นดินมากกว่า 1 ล้านนาย พร้อมย้ำว่า ความมุ่งมั่นของกำลังพลคือการทำให้การรุกรานใด ๆ ของฝ่ายสหรัฐฯ กลายเป็นนรกทางประวัติศาสตร์บนแผ่นดินอิหร่าน
นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ยังเกิดกระแสการสมัครเข้าร่วมกองกำลังอย่างล้นหลามจากเยาวชนอิหร่าน โดยมีการยื่นคำร้องจำนวนมากไปยังศูนย์รับสมัครของกองกำลังอาสา บาซิจ ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองทัพหลักของประเทศ เพื่อเข้าร่วมในความขัดแย้งดังกล่าว
ในประเด็นด้านยุทธศาสตร์ แหล่งข่าวยังกล่าวถึงช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยยุทธวิธีที่เสี่ยงและทำลายตัวเอง ซึ่งอิหร่านพร้อมรับมือทั้งสถานการณ์ดังกล่าว และพร้อมให้ช่องแคบยังคงถูกปิดหากจำเป็น
รายงานยังอ้างว่า ความตึงเครียดได้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ต่ออิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการโจมตีโดยไม่มีการยั่วยุ ภายหลังการลอบสังหาร "อาลี คาเมเนอี" อดีตผู้นำการปฏิวัติอิสลาม พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
การโจมตีดังกล่าวมีทั้งการใช้กำลังทางอากาศโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือนในหลายพื้นที่ทั่วอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ขณะเดียวกัน ฝ่ายอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหาร โดยกองกำลังติดอาวุธได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งในพื้นที่ยึดครองและฐานทัพในภูมิภาคต่อเนื่อง
“ทรัมป์” อ้าง อิหร่านขอให้เลื่อนโจมตี 7 วัน แต่ทรัมป์ให้เลย 10 วัน
ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านขอให้เขาระงับการโจมตีโรงไฟฟ้าเป็นเวลา 7 วัน แต่ทรัมป์ให้เวลาพวกเขาถึง 10 วัน และอิหร่านรู้สึก "ขอบคุณมาก"
ทรัมป์กล่าวทางโทรศัพท์กับ Fox News ว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่านซึ่งเป็นไปด้วยดี "พวกเขาบอกกับผมอย่างสุภาพผ่านทางคนของผมว่า 'เราขอเวลาเพิ่มได้ไหม' พวกเขาขอ 7 วัน ผมเลยบอกว่า 'ผมจะให้คุณ 10 วัน' เพราะพวกเขาให้เรือกับผม คุณรู้ไหม เราคุยกันเรื่องเรือ 8 ลำ คุณรู้ไหม 'ของขวัญ' ที่ผมพูดถึงเมื่อวันก่อน"
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวเมื่อช่วงเช้า ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็น "ของขวัญ" ให้กับเขาในระหว่างการเจรจา
ด้านอิหร่านปฏิเสธว่า ไม่มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามเกิดขึ้น
“ทรัมป์” เผย สหรัฐฯ จะเป็นฝันร้ายของอิหร่าน
หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่าน "อย่างสิ้นเชิง" และทำลายฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน "เกือบ 90%" และ "อาจมากกว่า 90%" ของขีปนาวุธทั้งหมด
เขายังกล่าวอีกว่า อิหร่านกำลังขอร้องให้ทำข้อตกลง และสหรัฐฯ จะยังคง "ทำลายล้าง" พวกเขาต่อไปหากอิหร่านไม่เจรจา เขากล่าวเสริมว่า อิหร่าน "เป็นนักรบที่แย่ แต่เป็นนักเจรจาที่ยอดเยี่ยม" แม้ว่าอิหร่านจะกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ได้เจรจากับสหรัฐฯ
ทรัมป์กล่าวว่า หากอิหร่านไม่ยอมตกลงหยุดยิง สหรัฐฯ จะเป็น "ฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดของพวกเขา" พร้อมเสริมว่า "เราจะยิงถล่มพวกเขาต่อไปเรื่อย ๆ"
อิหร่านประกาศโจมตีโรงแรมทุกแห่งที่ทหารอเมริกันพำนัก
กองทัพอิหร่านเตือนว่า โรงแรมทั่วตะวันออกกลางที่ให้ทหารสหรัฐฯ พำนัก จะเป็นเป้าหมายในสงคราม
อับดุลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า “เมื่อทหารอเมริกันทั้งหมดเข้าไปอยู่ในโรงแรม จากมุมมองของเรา โรงแรมนั้นก็กลายเป็นของอเมริกัน เราควรจะยืนดูเฉย ๆ ปล่อยให้อเมริกันโจมตีเราหรือ? เมื่อเราตอบโต้ แน่นอนว่าเราต้องโจมตีพวกเขาไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน”
ขณะที่เมื่อวันที่ 26 มี.ค. อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาทหารสหรัฐฯ ว่าใช้ประชาชนในประเทศกลุ่มความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) เป็น “โล่มนุษย์”
“ตั้งแต่เริ่มสงคราม ทหารสหรัฐฯ หนีออกจากฐานทัพในกลุ่มประเทศ GCC ไปซ่อนตัวในโรงแรมและสำนักงาน” เขากล่าว พร้อมเรียกร้องให้โรงแรมในตะวันออกกลางปฏิเสธการรับจองห้องพักจากทหารสหรัฐฯ
อิสราเอลโจมตีโรงงานผลิตขีปนาวุธ-ทุ่นระเบิดอิหร่าน
กองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้โจมตี "โรงงานหลักสำหรับการผลิตขีปนาวุธและทุ่นระเบิดทะเล" ของอิหร่าน
กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า กองทัพอากาศได้โจมตีสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองยาซด์ ทางตอนกลางของอิหร่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพกองทัพเรืออิหร่านที่ใช้ในการพัฒนาขีปนาวุธและทุ่นระเบิดทะเล
เชื่อกันว่า อิหร่านมีทุ่นระเบิดทะเลหลายพันลูก และถึงแม้จะไม่แน่ชัดว่าได้มีการนำไปใช้งานแล้วหรือไม่ แต่ศักยภาพในการสร้างความเสียหายแก่เรือพาณิชย์ได้ก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยจนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เยอรมนีอ้าง ตัวแทนสหรัฐฯ-อิหร่านเตรียมพบกัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โยฮันน์ วาเดฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า ตัวแทนจากสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังวางแผนที่จะพบปะหารือกันในปากีสถาน
วาเดฟูลกล่าวกับสถานีวิทยุดอยช์แลนด์ฟังก์ว่า มี "การติดต่อทางอ้อม" ระหว่างทั้งสองประเทศ และ "มีการเตรียมการสำหรับการพบปะโดยตรง" ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเกิดขึ้น "ในเร็ว ๆ นี้ในปากีสถาน"
ชาวฟิลิปปินส์ประท้วงต่อต้านราคาน้ำมัน
วันที่ 27 มี.ค. ประชาชนหลายร้อยคนในฟิลิปปินส์รวมตัวเดินขบวนประท้วงในกรุงมะนิลา เพื่อต่อต้านราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
การประท้วงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการนัดหยุดงานทั่วประเทศเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งจัดโดยสหภาพแรงงานขนส่งฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า
ผู้ประท้วงจะเดินขบวนผ่านเมืองไปยังทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งคาดว่าจะมีการตั้งสิ่งกีดขวางและมีตำรวจจำนวนมากประจำการอยู่
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศภาวะฉุกเฉินเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพลังงาน โดยประธานาธิบดี เฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ เตือนว่า “มีอันตรายที่ใกล้เข้ามาต่อความพร้อมใช้งานและความมั่นคงของแหล่งพลังงานของประเทศ”
มาเรีย เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ประเทศมีปริมาณสำรองน้ำมันปิโตรเลียมเหลืออยู่เพียง 40-45 วัน และได้ชี้แจงถึง “ผลกระทบต่อเนื่อง” ของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเศรษฐกิจ
มาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การบังคับใช้มาตรการประหยัดพลังงาน การให้เงินอุดหนุนเชื้อเพลิง และโครงการริเริ่มอื่น ๆ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ตลอดจนการดำเนินการต่อต้านการกักตุน ปราบปรามผู้ที่แสวงผลกำไรเกินควรและบิดเบือนอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
เรือ “มยุรีนารี” เกยตื้นแล้ว
วันที่ 27 มี.ค. สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการและเกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) รายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ที่ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้เกยตื้นนอกชายฝั่งเกาะเกชม์ (Qeshm) ของอิหร่านแล้ว
ต่อมา สำนักข่าวเพรสทีวี ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ รายงานว่า เรือลำดังกล่าวได้ถูกย้ายไปยังเกาะลารัก (Larak) ที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของเรือหรือวิธีการย้ายสถานที่
ประเทศไทยระบุว่า ลูกเรือ 20 คนได้รับการช่วยเหลือโดยกองทัพเรือโอมานหลังจากเรือถูกโจมตีเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ขณะที่อีก 3 คนยังคงสูญหาย
รัฐบาลทรัมป์เล็งส่งทหารเพิ่มอีก 10,000 นาย
วันที่ 27 มี.ค. หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal รายงานว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาแผนการส่งกำลังทหารราบเพิ่มเติมอีก 10,000 นายไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมรับมือกับความขัดแย้งกับอิหร่าน
WSJ ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังพิจารณาทางเลือกในการส่งกำลังทหารมากถึง 10,000 นาย โดยคาดว่าจะรวมถึงหน่วยทหารราบและหน่วยยานเกราะ แต่ยังไม่มีการยืนยันภูมิภาคเฉพาะในตะวันออกกลางที่กองกำลังเหล่านี้จะไปประจำการ
WSJ ตั้งข้อสังเกตว่า กองกำลังเหล่านี้อาจถูกวางกำลังในระยะโจมตีถึงดินแดนอิหร่าน รวมถึงเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน
หากมีการดำเนินการจริง การส่งกำลังครั้งนี้จะขยายจำนวนกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มจากนาวิกโยธินและทหารจากกองพลทหารราบที่ 82 จำนวน 5,000 นายที่ส่งไปยังตะวันออกกลางแล้ว คาดว่ากองกำลังนาวิกโยธินจะเดินทางถึงเร็วที่สุดในสุดสัปดาห์นี้
การทบทวนการเสริมกำลังทหารเกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ อ้างว่ายังคงเจรจากับอิหร่านอย่างลับ ๆ เพื่อหาทางออกทางการทูต นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างอำนาจต่อรองผ่านแรงกดดันทางทหาร
แอนนา เคลลี รองโฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า “การประกาศทั้งหมดเกี่ยวกับการส่งกำลังทหารจะมาจากกระทรวงกลาโหม ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีทางเลือกทางทหารทุกอย่าง”
อินเดียลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน-ดีเซล
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียออกคำสั่งลดภาษีสรรพสามิตพิเศษสำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซล เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงผันผวนจากอุปทานที่ติดขัดเนื่องจากสงครามอิหร่าน
ในคำสั่งของรัฐบาล กระทรวงการคลังของอินเดียลดภาษีสรรพสามิตพิเศษสำหรับน้ำมันเบนซินเหลือ 3 รูปีอินเดีย (ราว 1 บาท) ต่อลิตร จากเดิม 13 รูปี (ราว 4.5 บาท) นอกจากนี้ยังลดภาษีสำหรับดีเซลจาก 10 รูปี (ราว 3 บาท) “เหลือศูนย์”
สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ถูกปิดกั้น กระทบการจัดหาเชื้อเพลิงของหลายประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ไม่ได้ระบุว่า การลดภาษีครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลต้องเสียรายได้เท่าไร
มาธาวี อโรรา นักเศรษฐศาสตร์จาก Emkay Global ประเมินว่า ผลกระทบทางการคลังต่อปีจะอยู่ที่เกือบ 1.55 ล้านล้านรูปี (ราว 5.4 แสนล้านบาท)
อิหร่านอนุญาตเรือมาเลเซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวในการแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่า อิหร่านอนุญาตให้เรือของมาเลเซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานทั่วโลกที่เกิดจากสงครามตะวันออกกลาง
อันวาร์ได้แสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ที่อนุญาตให้เรือของมาเลเซียผ่านช่องแคบได้ก่อนกำหนด หลังอิหร่านปิดกั้นช่องแคบนับตั้งแต่เกิดสงคราม
อันวาร์กล่าวว่า “เรากำลังดำเนินการเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันของมาเลเซียและแรงงานที่เกี่ยวข้องได้รับการปล่อยตัว เพื่อให้พวกเขาสามารถเดินทางกลับบ้านได้”
อันวาร์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเรือที่จะได้ผ่านช่องแคบ หรือเงื่อนไขที่เรือได้รับอนุญาตให้ผ่านได้อย่างปลอดภัย
อันวาร์กล่าวว่า แม้มาเลเซียจะได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน แต่มาเลเซียอยู่ใน “สถานการณ์ที่ดีกว่ามาก” เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ เนื่องจากศักยภาพของบริษัทน้ำมันและก๊าซของรัฐอย่างปิโตรนาส
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก มาเลเซียเป็นผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ แต่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบเกือบ 70% จากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
อันวาร์กล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึงการลดโควตาน้ำมันเบนซินที่ได้รับการอุดหนุนรายเดือนต่อบุคคล และค่อย ๆ ปรับให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน
“อุปทานอาหารได้รับผลกระทบ ราคาจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน ปุ๋ยก็เช่นกัน และแน่นอน น้ำมันและก๊าซ ดังนั้นจึงมีขั้นตอนที่เราต้องดำเนินการ มีหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าเรามาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะรอดพ้นไปโดยสิ้นเชิง” เขากล่าว
สหรัฐฯ-อิสราเอลลดบอมบ์แนวลึกอิหร่าน หลัง F-35 หวิดถูกสอย
กองทัพสหรัฐฯ และกองทัพอากาศอิสราเอลได้ปรับลดการโจมตีดินแดนอิหร่านในแนวลึกอย่างชัดเจนตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลังจากมีการยืนยันว่าเครื่องบินขับไล่ F-35 ถูกยิงด้วยระบบป้องกันภัยจากพื้นสู่อากาศเมื่อวันที่ 19 มี.ค.
การประเมินสถานการณ์พบว่า อิหร่านใช้ขีปนาวุธจากพื้นดินสู่อากาศติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับความร้อน หรืออินฟราเรด ซึ่งอาจจะมาจากระบบป้องกันภัยทางอากาศ "มาจิด" (Majid) ในปฏิบัติการทางทหารรับมืออิสราเอลและสหรัฐฯ
การโจมตีของระบบป้องกันภัยทางอากาศอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้เครื่องบิน F-35 ได้รับความเสียหายจนต้องลงจอดฉุกเฉิน โดยมีรายงานว่าสะเก็ดระเบิดทำให้นักบินได้รับบาดเจ็บด้วย
แม้ว่าปฏิบัติการโจมตีต่อเป้าหมายในอิหร่านเกือบทั้งหมดจะใช้ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะไกลที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีเป้าหมายนอกระยะสายตา แต่เครื่องบินขับไล่ F-35 นับว่ามีบทบาทสำคัญในด้านการโจมตีแนวลึกเข้าไปภายในพื้นที่ทางอากาศที่มีระบบป้องกันภัยอย่างแน่นหนา เนื่องจากติดตั้งเทคโนโลยีหลบหลีกเรดาร์ขั้นสูง ระบบสู้รบอิเล็กทรอนิกส์ และการเก็บข้อมูลข่าวกรองด้วยอิเล็กทรอนิกส์
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิหร่านคาดว่านวัตกรรมด้านการป้องกันภัยทางอากาศที่แสดงศักยภาพให้เห็นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจะทำให้อัตราการโจมตีเครื่องบินฝ่ายศัตรูมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
สำหรับอิหร่านพัฒนาศักยภาพขีปนาวุธอย่างก้าวกระโดด โดยมีคลังแสงขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง เน้นขีปนาวุธพิสัยใกล้-กลาง ในระยะ 2,000-4,000 กม. ครอบคลุมฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเฉพาะ ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic) ที่สามารถหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่าง Patriot หรือ THADD ได้
แฉรัสเซียเสนอหยุดส่งข่าวกรองอิหร่าน แลกสหรัฐฯ หยุดช่วยยูเครน
ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เปิดเผยว่า รัสเซียพยายามขู่กรรโชกสหรัฐฯ ด้วยข้อเสนอในการหยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับอิหร่าน หากรัฐบาลวอชิงตันยุติการแบ่งปันข่าวกรองทางทหารให้กับยูเครน
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกียังระบุด้วยว่า หน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครนมีหลักฐานที่ไม่อาจหักล้างได้ว่า ทางการรัสเซียยังคงส่งข้อมูลข่าวกรองให้อิหร่านอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่า ได้เห็นข้อมูลดังกล่าวด้วยตัวเอง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม
ผู้นำยูเครนให้ข้อมูลด้วยว่า โดรนชาเฮด (Shahed) บางส่วนของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรระหว่างสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นมีชิ้นส่วนที่ผลิตจากรัสเซีย
เซลนสกีระบุว่า รายงานจากหน่วยข่าวกรองของยูเครนแสดงให้เห็นว่า รัสเซียกำลังกระทำการเช่นนี้และบอกว่า จะไม่ส่งข่าวกรองให้อิหร่านแลกกับการที่อเมริกาหยุดส่งข่าวกรองให้ยูเครน โดยตั้งคำถามว่า นี่ไม่ใช่การแบล็กเมลหรอกหรือ แน่นอนว่านี่คือการแบล็กเมล
อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนไม่ได้ระบุว่า รัสเซียส่งข้อเสนอหรือข้อความดังกล่าวไปยังบุคคลหรือหน่วยงานใด
ขณะที่รัสเซียปฏิเสธว่า ไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออิหร่านในความขัดแย้งที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลวอชิงตันระบุว่า ได้รับคำปฏิเสธดังกล่าวจากมอสโกโดยตรง เมื่อมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นนี้
ขณะเดียวกัน ยูเครนที่ต้องเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากโดรนแบบชาเฮดที่ออกแบบโดยอิหร่าน ตั้งแต่รัสเซียเริ่มเปิดฉากการรุกรานยูเครน เมื่อปี 2022 กำลังให้ความช่วยเหลือหลายประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ในการรับมือกับภัยคุกคามจากโดรนที่พุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง
นอกจากนี้ เซเลนสกียังแสดงความหวังว่า ยูเครนจะสามารถทำข้อตกลงระยะยาวกับบางประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อระดมทุนสำหรับการผลิตโดรนสกัดกั้นของยูเครน หรือเพื่อจัดหาขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งเป็นที่ต้องการของยูเครนอย่างเร่งด่วนด้วย
“เนทันยาฮู” เลี่ยงการเลือกตั้งก่อนกำหนด หลังสงครามไม่ดันคะแนนนิยม
แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงวันแรก ๆ ของสงคราม ฝ่ายการเมืองของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล มองเห็นโอกาสที่รัฐบาลผสมฝ่ายขวาจะใช้สถานการณ์การโจมตีระลอกแรก ที่สามารถสังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดขึ้นในเดือน มิ.ย. จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค.
อย่างไรก็ตาม หลังสงครามดำเนินมาเกือบ 4 สัปดาห์ และยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญในการโค่นล้มระบอบการปกครองของรัฐบาลเตหะรานได้ ทำให้เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของอิสราเอล ต้องหาทางหลีกเลี่ยงการเลือกตั้งก่อนกำหนด ด้วยการจัดสรรงบประมาณให้พันธมิตรทางการเมือง เร่งกระบวนการพิจารณางบประมาณ ในคณะกรรมาธิการด้านการเงิน เพื่อให้ทันเส้นตายสัปดาห์หน้า
กฎหมายอิสราเอลระบุว่า หากรัฐสภาไม่สามารถผ่านงบประมาณประจำปีภายในวันที่ 31 มี.ค. จะต้องจัดการเลือกตั้งขึ้นภายใน 90 วัน
นักวิเคราะห์มองว่า สำหรับเนทันยาฮู สงครามกับอิหร่านช่วยให้สาธารณชนเปลี่ยนความสนใจจากฉนวนกาซาไปสู่ปฏิบัติการทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ ต่อต้านเตหะราน ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาวอิสราเอลเห็นพ้องต้องกันมากที่สุด
ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่าชาวอิสราเอลจำนวนมากสนับสนุนการทำสงคราม ซึ่งเนทันยาฮูอ้างว่า เพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจที่จัดทำโดย Times of Israel เมื่อวันที่ 19 มี.ค. แสดงให้เห็นว่า พรรคลิคุด (Likud) ของเนทันยาฮู จะได้ที่นั่ง 28 ที่นั่งในสภา ลดลงจาก 34 ที่นั่งในปัจจุบัน แม้จะครองที่นั่งมากสุดในรัฐสภา แต่รัฐบาลผสมของเนทันยาฮูจะได้เพียง 51 ที่นั่งจากทั้งหมด 120 ที่นั่งของรัฐสภา ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian