นายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองในประเทศฝรั่งเศส ได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว เย้ยหยัน นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ภายหลังรัฐสภากัมพูชาได้เพิ่มบทบัญญัติใหม่เข้าไปในรัฐธรรมนูญ อนุญาตให้สามารถ ‘ถอดสัญชาติ’ บุคคลที่สมรู้ร่วมคิดกับชาวต่างชาติ ในการเซาะกร่อนบ่อนทำลายกัมพูชา
นายสม รังสี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “การถอดสัญชาติพลเมืองกัมพูชา รวดเร็วกว่าการส่งคำร้องกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ไปที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เสียอีก"
พร้อมชี้ว่า “การถอดสัญชาติชาวกัมพูชาผู้รักชาติอย่างแท้จริง ไม่สามารถถอดความรักชาติออกจากจิตใจของพวกเขาได้”
การพูดเช่นนี้ นายสม กำลังหมายถึงฝ่ายต่อต้าน ‘ตระกูลฮุน’ ที่ลี้ภัยทางการเมืองในต่างแดน ซึ่งรวมไปถึงตัวเขา ที่เคยถูก นายฮุน เซน กล่าวหาว่า ทำลายผลประโยชน์แห่งชาติการเพิ่มบทบัญญัติการถอดสัญชาติกัมพูชาในรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาทั้ง 125 คน ท่ามกลางความกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชนว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีประสงค์ในการทำลายศัตรูทางการเมืองของสองพ่อลูกตระกูลฮุน
ด้าน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์การด้านสิทธิมนุษยชนออกมาประณามการเพิ่มบทบัญญัติดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติร่วมประณามกัมพูชาด้วย โดยรัฐบาลของ นายฮุน มาเน็ต เตรียมนำการเพิ่มบทบัญญัตินี้มาบังคับใช้ในเร็ววันนี้ ด้าน นายเคิท ฤทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา ได้ออกมายืนยันการนำบทบัญญัติดังกล่าวมาบังคับ พร้อมระบุว่า “ใครที่ทรยศชาติ เราจะต้องถอดสัญชาติบุคคลนั้น” พร้อมเสริมว่า หากคนเหล่านี้ ไม่ได้กระทำการร้ายแรงให้ผลประโยชน์แห่งชาติต้องเสียหาย จะไม่มีการถอดสัญชาติแต่อย่างใด ยกเว้นจะโดนข้อหาอื่น ๆ แทน
ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกัมพูชา มาตรา 33 ระบุชัดว่า การได้มาซึ่งสัญชาติ ความสิ้นสุดของสัญชาติ และการถอดสัญชาติกัมพูชา จะต้องมีกฎหมายมารองรับการกระทำเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา นายฮุน เซน ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการถอดสัญชาติชาวกัมพูชา