เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้รำลึกถึงวันครบรอบ 41 ปีแห่งการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งสะท้อนถึงประสบการณ์มากมายที่ผ่านมา ทั้งสุขและทุกข์
ฮุน เซน กล่าวว่า “เกือบจะลืมไป! วันนี้เป็นวันครบรอบ 41 ปีแห่งการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของผม (14 ม.ค. 2528 – 14 ม.ค. 2569)”
ทั้งนี้ ความจริงแล้ว ฮุน เซน เป็นนายกฯ ตั้งแต่ปี 2528 ถึงปี 2566 เท่านั้น ทำให้ควรจะนับแค่ 38 ปี แต่เจ้าตัวยังคงนับมาจนถึงปี 2569 ว่าตัวเองเป็นนายกฯ อยู่ ทำให้ตัวเลขออกมาเป็น 41 ปี
“ในขณะนั้น ผมเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในโลกด้วยวัย 32 ปี หลังจากดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเดือน ม.ค. 2522 ขณะอายุ 27 ปี และดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเดือน มิ.ย. 2524 ขณะอายุ 29 ปี” ฮุน เซน กล่าว
เขาเสริมว่า “เวลาที่ผมรับราชการในรัฐบาลกว่า 44 ปี และในวุฒิสภาเกือบ 3 ปี รวมแล้วกว่า 47 ปี ทำให้ผมคุ้นเคยกับเกือบทุกแง่มุมของประเทศและความท้าทายของประชาชน ตลอดจนประเด็นระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ”
ทอง เมงดาวิด นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ กล่าวว่า ภายใต้การนำของ ฮุน เซน กัมพูชาได้ยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อและบรรลุสันติภาพอย่างสมบูรณ์ในปี 2541
“ด้วยนโยบาย ‘วิน-วิน’ กัมพูชาได้สร้างสันติภาพที่ยั่งยืน ความสามัคคีในชาติ และความปรองดองทางสังคม ภายใต้การนำของท่าน ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีและนโยบายต่างประเทศที่เปิดกว้าง กัมพูชาได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจกว่า 2 ทศวรรษโดยเฉลี่ยมากกว่า 7% ต่อปี ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนหลายล้านคนให้พ้นจากความยากจน” เมงดาวิดกล่าว
เขายังกล่าวอีกว่า ในช่วงการระบาดของโควิด-19 กัมพูชาสามารถควบคุมไวรัสได้สำเร็จและติดอันดับประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงที่สุดในโลก
“ฮุน เซน เป็นนักการเมืองที่เน้นการปฏิบัติจริง วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำของท่านนั้นตั้งอยู่บนประสบการณ์ส่วนตัว ความรู้ทางประวัติศาสตร์ และบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของกัมพูชา” เมงดาวิดกล่าว
เขาบอกอีกว่า “เขาเป็นผู้นำที่รักสันติ รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ และเคารพพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทำให้กัมพูชามีความก้าวหน้าในเกือบทุกภาคส่วนและได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศ”
เรียบเรียงจาก Khmer Times