เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นประเทศอินโดนีเซีย เกิดเหตุเรือโดยสาร KM Barcelona 5 ลุกไหม้กลางทะเล ระหว่างกำลังเดินทางจากท่าเรือเมลองกัวเน ในเขตหมู่เกาะตาเลาด์ มุ่งหน้าไปยังเมืองมานาโด เมืองหลวงของจังหวัดสุลาเวสีเหนือ
ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่บนเรือมากถึงเกือบ 600 คน ภาพถ่ายและวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นผู้โดยสารที่ตกใจกลัว ซึ่งส่วนใหญ่สวมเสื้อชูชีพ กระโดดลงทะเล ขณะที่เปลวไฟสีส้มและควันดำพวยพุ่งออกมาจากเรือที่กำลังลุกไหม้
หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียเปิดเผยในวันที่ 21 ก.ค. ว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือ 568 คน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย
พลเรือเอก แฟรงกี ปาซูนา ซีฮอมบิง ผู้บัญชาการฐานทัพเรือมานาโด บอกว่า ได้ส่งเรือของหน่วยยามฝั่ง เรือกู้ภัย 6 ลำ และเรือยางหลายลำเข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากขึ้นจากทะเลและนำพวกเขาไปยังเกาะใกล้เคียง และชาวประมงท้องถิ่นยังช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตบางคนที่สวมเสื้อชูชีพ ขณะที่พวกเขากำลังลอยเคว้งอยู่ในคลื่นลมแรง
ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้สูญหาย
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 5 ราย แต่สำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติได้แก้ไขข้อมูลเป็น 3 รายในช่วงเช้าวันที่ 21 ก.ค. หลังจากมีผู้โดยสาร 2 รายที่ตอนแรกรายงานเสียชีวิต ได้รับการช่วยเหลือในโรงพยาบาล รวมถึงทารกอายุ 2 เดือนที่มีน้ำเต็มปอด
ซีฮอมบิงกล่าวว่า ไฟไหม้เริ่มต้นขึ้นที่ท้ายเรือ ซึ่งสามารถดับลงได้ภายใน 1 ชั่วโมง ในตอนแรก บัญชีรายชื่อของเรือมีผู้โดยสารเพียง 280 คน และลูกเรือ 15 คน แต่สำนักงานกู้ภัยแห่งชาติยืนยันว่ามีผู้รอดชีวิต 568 คน และพบศพ 3 ศพ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์
ซีฮอมบิงกล่าวว่า ในอินโดนีเซีย เป็นเรื่องปกติที่จำนวนผู้โดยสารจริงบนเรือหรือเรือโดยสารจะแตกต่างจากบัญชีรายชื่อ ซึ่งมักนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุและทำให้การค้นหาและกู้ภัยมีความซับซ้อนมากขึ้น
เรียบเรียงจาก Associated Press