เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประณามกองทัพไทย ละเมิดอนุสัญญาเฮก พ.ศ. 2497 และทำลายมรดกโลก
แถลงการณ์ระบุว่า “กระทรวงฯ ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการรุกรานของกองกำลังแห่งราชอาณาจักรไทยเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2568 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพื้นที่โดยรอบและโครงสร้างของปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางวัฒนธรรมและเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาวกัมพูชา”
“การโจมตีแบบไม่เลือกหน้า ทั้งการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและไม่สามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราสารระหว่างประเทศต่อไปนี้เพื่อการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม”
- อนุสัญญาเฮก พ.ศ. 2497 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธ
- พิธีสารฉบับที่ 2 ปี 1999 ของอนุสัญญาเฮกปี 1954 มุ่งเป้าไปที่การเสริมสร้างการคุ้มครองและความรับผิดชอบต่อมรดกทางวัฒนธรรม
- อนุสัญญายูเนสโก พ.ศ. 2515 ว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก
“ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาเหล่านี้ ประเทศไทยมีพันธกรณีทางกฎหมายที่จะต้องเคารพ คุ้มครอง และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และต้องงดเว้นการใช้กำลังทหาร การโจมตี หรือการกระทำอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณค่าอันโดดเด่นสากลของแหล่งมรดก การทำลายและมุ่งเป้าทำลายทรัพย์สินทางวัฒนธรรมโดยเจตนา รวมถึงการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อาจถือเป็นอาชญากรรมสงคราม”
“การกระทำก้าวร้าวของไทยไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อแหล่งมรดกที่เป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติร่วมกันเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการละเลยอย่างโจ่งแจ้งต่อพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย”
“การทำลายปราสาทเขาพระวิหารเป็นทั้งภัยพิบัติทางวัฒนธรรมและโศกนาฏกรรมทางศีลธรรม ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อมรดกโลกและอัตลักษณ์ประจำชาติของชาวกัมพูชา กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมกัมพูชาจึงขอประณามการกระทำเหล่านี้อย่างรุนแรง และเรียกร้องให้ยุติการยิงปืนใหญ่และกิจกรรมทางทหารทั้งหมดที่มุ่งเป้าไปที่ปราสาทเขาพระวิหารและพื้นที่คุ้มครองโดยทันที”
“กระทรวงฯ จะดำเนินการประเมินความเสียหายอย่างละเอียด รวบรวมเอกสารประกอบตามขั้นตอนระหว่างประเทศ และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและการชดเชยตามกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานระดับชาติและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองที่ระบุไว้ในพิธีสารฉบับที่ 2 ของอนุสัญญาเฮก ค.ศ. 1954”
“กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะยืนยันความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของกัมพูชาในการปกป้องและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แม้จะเผชิญกับการรุกรานด้วยอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม”
ด้าน คง พุธิการ์ ผู้อำนวยการสำนักงานแห่งชาติปราสาทเขาพระวิหาร เปิดเผยกับสื่อกัมพูชา ว่า ณ เวลา 10.00 น. ของวันที่ 25 ก.ค. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยว 45 นาย ซึ่งทำงานอยู่ที่ปราสาทเขาพระวิหาร ได้ติดค้างอยู่ที่ปราสาทตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ก.ค. แต่ยังคงปลอดภัย
เรียบเรียงจาก Kampuchea Thmey Daily