Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

สรุปสถานการณ์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา 25 ก.ค. 68 เสียงโจมตีดังแต่เช้า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เกาะติดเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 2 หลังฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงเมื่อเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

วันที่ 25 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงาน ได้ยินเสียงการโจมตีปะทะระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชาตั้งแต่ช่วงเช้า

เวลา 05.00 น. ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ จ.สุรินทร์ รายงาน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ใกล้ปราสาทตาเมือน ได้ยินเสียงคล้ายปืนใหญ่เป็นระยะ เสียงเริ่มต้นมาจากโซนปราสาทตาควายก่อน แล้วค่อยไล่มาปราสาทตาเมือนธม

เวลา 06.30 น. ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงาน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เช้านี้ได้ยินเสียงคล้ายระเบิด 10 กว่าครั้ง

เวลา 06.30 น. กองทัพภาคที่ 2 เก็บกู้ระเบิดตกค้างในปั๊ม อ.กันทรลักษ์ เพื่อเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต

ติดตามสถานการณ์เหตุปะทะไทย-กัมพูชา เสียงโจมตีดังแต่เช้า ช่างภาพพีพีทีวี
บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากการโจมตีของกัมพูชา

กองทัพยืนยันปะทะกันตั้งแต่ช่วงเช้า

04.30 น.ทางทหารไทยได้ตรวจพบกำลังพลของทหารกัมพูชาประชิดตลอดแนวชายแดนพื้นที่กษัตริย์ศึก ที่เป็นเขตรับผิดชอบของกองพันทหารราบที่ 21 ต่อมาบริเวณพื้นที่กงจักร กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการยิงฉากจากฝ่ายแนวของทหารไทย เพื่อเป็นการตอบโต้ หลังจากทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักยิงเข้ามา

04.50 น. หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 26 ตรวจพบยานพาหนะ คาดว่าเป็นรถถังของฝ่ายกัมพูชา จอดเรียงหน้ากระดานจำนวน 6 คัน ตรงข้ามช่องปลดต่าง

04:54 น. บริเวณพื้นที่กษัตริย์ศึก ทหารไทยและทหารกัมพูชาประจำหน้าแนวยังไม่มีการปะทะ ต่อมา เวลา 05.30 น.บริเวณพื้นที่ซูรูป่ากล้วย ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิง โดยรถถังเบา Scorpion ของไทยได้ยิงสนับสนุน บริเวณข้างปราสาทตาเมือนธม

05.25 น. บริเวณช่องบกใช้อาวุธยิงสนับสนุน

05.35 น. พื้นที่กษัตริย์ศึก ฝั่งไทยได้ขอการยิงสนับสนุนปืนใหญ่ ยิงลงหลังเนินโนเนม และยิงทำลายที่ตั้งรถถังพื้นที่ตรงข้ามช่องบก

05.50 น. กำลังฝ่ายไทยเริ่มเข้าตีภูมะเขือ

06.29 น.ทหารกัมพูชาใช้กำลังเข้ายึดเนิน 469 โดยใช้ปืนใหญ่และปืนค. ทางทิศใต้บริเวณช่องบก ระดมยิงใส่ฝ่ายไทย บริเวณเนิน 408 โดยใช้ BM - 21 จากอำเภอจอมกระสาน ระดมยิงไปทาง ซัมแตกฝ่ายทหารไทยตอบโต้ด้วยปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร สนับสนุนการต่อต้านปืนใหญ่ และ BM - 21 ของทหารกัมพูชา

08.07 น. กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือน! ขณะนี้เกิดการปะทะในพื้นที่ตามแนวชายแดนหลายพื้นที่ ขอประชาชนหลีกเลี่ยงเข้าใกล้พื้นที่ตามแนวชายแดน

08.15 น. รัฐบาลสั่งการด่วนให้ผู้ว่าฯ ชายแดน รวบรวมรายชื่อผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เพื่อใช้งบประมาณเยียวยาจากกองทุนสำนักนายกฯ เบื้องต้น พร้อมให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังให้การช่วยเหลือชายแดน

ฟาดทักษิณเมื่อไหร่จะหุบปาก

หลังจากเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 เวลาประมาณ 22.10 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความว่า “มีหลายประเทศเป็นห่วงสถานการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา เสนอตัวมาช่วยไกล่เกลี่ย ผมเลยขอขอบคุณทุกคนไป แต่บอกว่าอยากจะขอเวลาหน่อย”

“เพราะคงต้องปล่อยให้ทางทหารไทยทำหน้าที่ช่วยสั่งสอนความเจ้าเล่ห์ของฮุนเซนก่อน มันช่างเหมือนพระยาละแวกเสียจริง ๆ”

ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวจาก น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย ได้แชร์ข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวดังกล่าวของนายทักษิณบนเฟซบุ๊ก

พร้อมกันนั้นยังเขียนข้อความสั้น ๆ ว่า “เมื่อไหร่จะหุบปากสักที สร้างความวุ่นวายไม่หยุด”

ประเมินความเสียหายกัมพูชา

รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงความสูญเสียที่สามารถตรวจสอบได้ในเบื้องต้นของทหารกัมพูชาที่สูญเสีย วันที่ 24 ก.ค. 68

พื้นที่หน้าปราสาทตาเหมือนธม ทหารกองพลน้อย ร.42 เสียชีวิต 1 ราย

พื้นที่ใต้ประสาทตาเมือนธม พบผู้เสียชีวิต 8 ราย เป็นทหาร 3 นาย ประชาชน 4 ราย และพระสงฆ์ 1 รูป

พื้นที่ภูมะเขือ พบทหารกัมพูชาเสียชีวิตจากโดรนทิ้งระเบิด 14 นาย

รวมผู้เสียชีวิตของกัมพูชาทั้งสิ้นคาดอยู่ที่ 23 ราย

ส่วนผลการทำลาย วันที่ 24 ก.ค. 68

เครื่องบินโจมตี 3 บก.พลที่ 8, บก.พลที่ 9 และ บก.พลที่ 42, โดรน โจมตี ยอดภูมะเขือ คลังอาวุธ และเสาสัญญาณ, ปืนใหญ่โจมตี รถถัง 2 คัน ตรงข้าม สัตตโสม

ส่วนวันที่ 25 ก.ค. 68 ปืนใหญ่โจมตีตรงข้ามช่องบก ทำลาย ปืน ค. 100 จำนวน 3 กระบอก ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 1 นาย

ยังกู้ร่างผู้เสียชีวิตในปั๊มน้ำมันไม่ได้

07.15 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปั๊มน้ำมันบ้านผือ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ พบร่างผู้เสียชีวิตยังอยู่ในที่เกิดเหตุ คาดมีประมาณ 6 ร่างที่ยังไม่สามารถนำออกมาได้ เบื้องต้นมีรายงานจากเพจเฟซบุ๊กกองทัพภาคที่ 2 เข้ามาเก็บกู้วัตถุระเบิดที่หลงเหลือไปแล้ว ช่วง 06.30 น. ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตบางคนเข้ามาดูที่เกิดเหตุรอคนมาเก็บกู้ร่าง

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเตรียมประชุมฉุกเฉิน

สำนักข่าวเขมรไทม์สของกัมพูชา รายงานโดยอ้างสำนักข่าว AFP ว่า แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จะจัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 25 ก.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุปะทะบริเวณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา

การประชุมดังกล่าว จะจัดขึ้นแบบปิด ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนิวยอร์ก มีกำหนดจัดขึ้นเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (02.00 น. ของวันที่ 26 ก.ค. 68 ตามเวลาประเทศไทย)

กองทัพไทยประณามกัมพูชา

เวลา 09.34 น. กองทัพไทยประณามอย่างรุนแรงต่อการใช้อาวุธยิงระยะไกลโจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างต่อเนื่องของกองทัพกัมพูชา ซึ่งเป้าหมายพลเรือน ประกอบด้วย ชุมชนเมือง โรงพยาบาล โรงเรียน การกระทำอันป่าเถื่อนเหล่านี้ได้คร่าชีวิตและสร้างความบาดเจ็บแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากอย่างไร้เหตุผล

จากหลักฐานที่มีอยู่ เชื่อได้ว่า รัฐบาลกัมพูชา โดย สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีอันน่าสะเทือนใจเหล่านี้ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการขาดความเคารพต่อชีวิตมนุษย์และการไม่แยแสต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

การกำหนดเป้าหมายโจมตีพลเรือนโดยเจตนาถือเป็น อาชญากรรมสงคราม และผู้ที่รับผิดชอบจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราขอเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศและประชาคมโลกดำเนินการสอบสวนอย่างอิสระและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าผู้กระทำผิดจะได้รับการลงโทษอย่างเหมาะสม

กองทัพไทยขอยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีอันโหดร้ายเหล่านี้ และขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่รุนแรงต่อพลเรือนในกัมพูชาโดยทันที ประชาคมโลกต้องไม่เพิกเฉยต่อความทารุณที่เกิดขึ้น และต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดความยุติธรรมและความรับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ การจงใจโจมตี พลเรือน หรือเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหาร, การโจมตีโรงพยาบาล โรงเรียน, การใช้อาวุธที่ไม่เลือกเป้าหมาย และการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ถือเป็นอาชญากรรมสงคราม (War Crimes) คือ การละเมิด กฎหมายและธรรมเนียมของสงครามที่เกิดขึ้นอย่างร้ายแรง

เวลา 10.00 น. กองทัพบก แจงไทยยึดพื้นที่ปราสาทพระวิหารคืนได้สำเร็จ เป็นข่าวปลอม! ย้ำ การปฏิบัติการทางทหารของกองทัพบกกระทำเพื่อตอบโต้ต่อเป้าหมายทางทหาร และส่วนสนับสนุนการรบ และพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาเท่านั้น

แห่กลับประเทศ! แรงงานเขมรกว่า 2 พันคน 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 ก.ค.68 ที่ด่านถาวรบ้านแหลม  อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (รอง ผบ.กปช.จต.) ระบุถึงสถานการณ์บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อมีชาวกัมพูชาจำนวนกว่า 2,000 คน ทยอยรวมตัวกันเพื่อเดินทางกลับประเทศกัมพูชา
จากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ ทราบว่าประชาชนกัมพูชา ที่เดินทางกลับประเทศในวันนี้ ส่วนใหญ่ เป็นแรงงานที่ทำงานในประเทศไทย รวมถึงมีความเป็นห่วง ลูกหลานและญาติพี่น้อง ที่อยู่ในกัมพูชา 

ทั้งนี้ทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ออกคำสั่งพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวไทยและชาวกัมพูชา ที่มีต้องการจะเดินทางกลับประเทศของตนเอง โดยกำหนดเวลาเปิด-ปิด การผ่านแดนได้ระหว่างเวลา 09.00 น.-15.00 น. ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 68 โดยทางเจ้าหน้าที่จะได้อำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับออกไปได้ ส่วนคนไทยที่จะเดินทางกลับประเทศทางเจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับออกมา

"วันนอร์" เตรียมลงพื้นที่ชายแดน 1 ส.ค. นี้ เชิญชวนปชช.-ขรก.สภาฯ ร่วมบริจาค 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมลับในญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องให้สภาฯ พิจารณาปัญหาขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68  ว่า เป็นการอภิปรายถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทางสภาก็มีความห่วงใยทหารหาญ ที่ต้องไปอยู่อย่างยากลำบากเสียชีวิตแขนขาขาดซึ่งสภามีความห่วงใย และได้นำข้ออภิปรายความห่วงใยเหล่านี้และข้อเสนอแนะทั้งหมดเสนอต่อรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงกลาโหม กองทัพภาคที่ 2 

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังเปิดเผยว่า ทางสภายังมีความห่วงใย โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานสภาฯจะลงพื้นที่เดินทางไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและทหารที่อยู่ในพื้นที่ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยจะมีการรวบรวมของบริจาคเพื่อไปดูแลพี่น้องประชาชนที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บผู้สูงวัยเด็กและทหาร ซึ่งจะมีการลงไปเยี่ยมในนามของผู้แทนประชาชน และช่วงเย็นจะไปแวะที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งไปในนามของสภาผู้แทนราษฎรและสถาบันพระปกเกล้า

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดบัญชีรับบริจาค เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกรัฐสภารวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถบริจาคผ่านบัญชีที่สภาได้ประกาศไว้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประชาชนที่สนใจร่วมบริจาคกับทางรัฐสภา สามารถบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย  ชื่อบัญชีสภาผู้แทนราษฎรเพื่อช่วยเหลือทหารกล้า หมายเลขบัญชี 089-0-89889-8  สาขารัฐสภา

สื่อกัมพูชารายงาน สหรัฐฯ อาจสอบสวนไทยใช้ F-16 โจมตีกัมพูชา

จากกรณีที่ไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 6 ลำโจมตีเป้าหมายในกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 สำนักข่าว Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง

โดยระบุว่า “กัมพูชาถือว่าการใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 เป็นการรุกรานทางทหารที่ป่าเถื่อนและผิดกฎหมาย การกระทำนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นความเสี่ยงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค”

Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ตรวจสอบการใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยในการโจมตีครั้งนี้ และดำเนินนโยบายควบคุมอาวุธของตนเอง

โดยระบุว่า การที่ไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 โจมตีกัมพูชานั้นขัดต่อข้อตกลงการขายอาวุธของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เวลา 11.00 น. แหล่งข่าวความมั่นคงไทยยัน ไทยสามารถใช้ F-16 ในปฏิบัติการครั้งนี้ได้ ไม่ผิดเงื่อนไขใด ๆ

กัมพูชาแถลงประณาม อ้างไทยใช้ “ระเบิดลูกปราย”

วันที่ 25 ก.ค. 68 หน่วยงานช่วยเหลือเหยื่อและปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAA) ออกแถลงการณ์ประณาม อ้างว่าไทยใช้ “ระเบิดลูกปราย” (Cluster Munition) ตามแนวชายแดนกัมพูชา

แถลงการณ์ระบุว่า “CMAA แสดงความกังวลอย่างที่สุดและประณามอย่างรุนแรง หลังจากมีรายงานว่ากองทัพไทยได้นำระเบิดลูกปรายมาประจำการในพื้นที่ชายแดนภายในเขตกัมพูชาในวันที่ 25 ก.ค. 68”

“ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับจากหน่วยงานท้องถิ่นและทีมกำจัดทุ่นระเบิดทางเทคนิคยืนยันว่า มีการนำระเบิดลูกปรายหลายลูก ซึ่งสอดคล้องกับระเบิดลูกปรายที่ถูกห้ามใช้ในระดับสากล มาวางไว้ในบริเวณใกล้เคียงหมู่บ้านพนมขมุชและหมู่บ้านเตโชธรรมชาติ ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อพลเรือน ผู้กำจัดทุ่นระเบิด และชุมชนตามแนวชายแดนโดยตรงและไม่เลือกปฏิบัติ”

กองทัพอากาศแจ้งเตือนประชาชน หลีกเลี่ยงพื้นที่แนวปะทะชายแดน-งดเผยแพร่ข้อมูลทางทหาร

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 — กองทัพอากาศออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าใกล้พื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในรัศมี 20–40 กิโลเมตร จากจุดปะทะ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนยังคงมีเหตุปะทะประปรายในหลายจุด

พร้อมกันนี้ กองทัพอากาศยังขอความร่วมมือจากประชาชน งดการเผยแพร่ข้อมูลหรือภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหาร ไม่ว่าจะเป็นภาพเครื่องบินขณะบินผ่านหรือวิ่งขึ้นลง เสียงเครื่องยนต์ในจุดที่สามารถระบุพิกัดได้ รวมถึงภาพหรือข้อมูลของนักบินและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจต่าง ๆ

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและไม่ให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้าม

กองทัพอากาศเน้นย้ำว่า สถานการณ์ยังมีความละเอียดอ่อน จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการ และร่วมมือกันปกป้องความมั่นคงของประเทศโดยการไม่ส่งต่อข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงหรือไม่ผ่านการตรวจสอบ

“สมช.” เดือด! ประณามเขมร ใช้อาวุธโจมตีไร้มนุษยธรรม 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเพจสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ได้โพสต์ประณามเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้กำลังอาวุธโจมตี โดยไม่เลือกเป้าหมายที่กระทบต่อพลเรือน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำ ที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม และกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกระทบต่อความมั่นคงของชาติ 

สมช.ยืนหยัดทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อการดำรงชีวิตโดยปกติของประชาชนชาวไทย การรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ และขอเป็นกำลังใจให้ทหารและผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน 

กระสุน BM-21 ตก 3 จุด ต.ศรีวิเชียร ไม่มีคนเจ็บ-เสียชีวิต

08.50 น. กองทัพบกรายงาน เกิดเหตุกระสุนจรวด BM-21 ตกลงในพื้นที่บ้านเรือนประชาชน หมู่ 5 ตำบลศรีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี รวมจำนวน 3 จุด ได้แก่

  • จุดที่ 1: ตกใส่บ้านพักหลังหนึ่งในหมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย
  • จุดที่ 2: ตกใส่บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเสียหาย
  • จุดที่ 3: ตกใส่ถนนภายในหมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย

เบื้องต้น ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าประชาชนได้อพยพไปยังศูนย์พักพิงซึ่งจัดตั้งโดยฝ่ายปกครองอำเภอน้ำยืนก่อนหน้านี้แล้ว

ตอนนี้ยังไม่ต้องการการไกล่เกลี่ยจากประเทศที่สาม

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ในวันที่ 25 ก.ค. 68 ว่า ไทยปฏิเสธความพยายามช่วยไกล่เกลี่ยจากประเทศที่สามเพื่อยุติความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่กับกัมพูชา โดยยืนยันว่า กัมพูชาควรยุติการโจมตีและแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจาทวิภาคีเท่านั้น

โดยสหรัฐฯ จีน และมาเลเซีย ได้เสนอตัวที่จะอำนวยความสะดวกในการเจรจา แต่นายนิกรเดชบอกรอยเตอร์ว่า ไทยกำลังแสวงหาทางออกทวิภาคีสำหรับความขัดแย้งนี้

“ผมไม่คิดว่าเราต้องการการไกล่เกลี่ยจากประเทศที่สามในตอนนี้” นายนิกรเดชกล่าวในการให้สัมภาษณ์

ทบ.เชิญชวนคนไทยร่วม “ประดับธงชาติ” แสดงพลังใจ–ยืนหยัดเพื่อชาติ ศักดิ์ศรี และความเป็นไทย

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 กองทัพบกออกประกาศเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมกัน “ประดับธงชาติไทย” ในสถานที่ต่าง ๆ ที่เหมาะสม ทั้งที่อยู่อาศัย อาคารราชการ สถานศึกษา ร้านค้า หรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อแสดงพลังแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดน

ภายใต้แนวคิด “ยืนหยัดเพื่อชาติ ศักดิ์ศรี และความเป็นไทย” การประดับธงชาติครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ความเสียสละ และความรักชาติ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของคนไทยในการร่วมกันปกป้องแผ่นดิน และยืนหยัดเคียงข้างกองทัพ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องการพลังใจของคนทั้งชาติ

กปช.จต. ประกาศใช้กฎอัยการศึกบางพื้นที่ จันทบุรี-ตราด

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เผยแพร่ประกาศกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เรื่อง ให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ความว่า

ตามที่ได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลงวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 ให้ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549 เวลา 21.05 นาฬิกา

ซึ่งต่อมาได้มีพระบรมราชโองการเลิกใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่และให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ ลงวันที่ 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 นั้น

โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชาได้ใช้กำลังและอาวุธรุกรานเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตลอดแนวชายแดน จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน เพื่อป้องกันประเทศให้พ้นจากภัยคุกคามอันมีที่มาจากภายนอกราชอาณาจักรดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย

และจำเป็นต้อนต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 176  วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

  • ข้อ 1 จังหวัดจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอท่าใหม่ อำเภอมะขาม อำเภอแหลมสิมสิงห์ อำเภอแก่งหางแมว อำเภอนายายอาม และอำเภอเขาคิชมกูฎ
  • ข้อ 2 จังหวัดตราด อำเภอเขาสมิง

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ลงนาม พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด

กัมพูชาเปิดฉากโจมตี ไทยโต้กลับเต็มกำลัง – สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดต่อเนื่อง

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนว่า ตลอดทั้งวันยังคงมีการสู้รบอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่สำคัญ โดยฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ใช้อาวุธหนักหลากหลายชนิด จนทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ยกระดับเป็นความตึงเครียดขั้นสูงสุด

เหตุปะทะกระจายอยู่ในหลายจุด โดยเฉพาะที่บริเวณช่องบก ซึ่งเริ่มเกิดการยิงตอบโต้ระหว่างปืนใหญ่ของฝ่ายไทยกับจรวด BM21 จากกัมพูชา ขณะที่บริเวณช่องอานม้า ทหารกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตี ทำลายอนุสาวรีย์คนขี่ม้า รวมถึงอาคารโดยรอบ พื้นที่ชาแตและช่องตาเฒ่าเป็นอีกสองจุดที่สถานการณ์รุนแรง โดยไทยส่งกำลังทหารราบและรถถังเข้ายึดพื้นที่คืน ส่วนฝั่งกัมพูชาใช้รถถังจำนวนมากตั้งฐานยิงตอบโต้

นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวที่เขาพระวิหาร ภูมะเขือ ช่องจอม รวมถึงบริเวณปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม ซึ่งล้วนแต่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยกัมพูชายังคงเสริมกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ ขณะที่กองกำลังไทยได้วางแนวป้องกันอย่างแน่นหนา และมีการเข้าตีโต้ตอบหลายระลอก

สำหรับยอดความสูญเสีย ล่าสุด ณ เวลา 14.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม พบว่ามีพลเรือนบาดเจ็บสาหัสเพิ่มอีก 3 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บระดับปานกลางบางส่วนสามารถกลับบ้านได้แล้ว ด้านกำลังพลของไทยมีทหารเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 นาย และบาดเจ็บสาหัส 1 นาย

รวมยอดสะสมตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 13 ราย บาดเจ็บรวม 33 ราย แบ่งเป็นบาดเจ็บสาหัส 10 ราย ปานกลาง 10 ราย และเล็กน้อย 13 ราย ขณะที่ทหารไทยเสียชีวิตรวม 4 นาย บาดเจ็บ 15 นาย

กองทัพไทยขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และสดุดีวีรกรรมของทหารกล้าที่สละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและอธิปไตยของชาติ พร้อมยืนยันจะดำเนินภารกิจด้วยความเข้มแข็ง เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังได้ชี้ว่า พฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชาในหลายจุด เข้าข่ายการกระทำที่ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอาจถือเป็น “อาชญากรรมสงคราม” (War Crimes) โดยเฉพาะการจงใจโจมตีเป้าหมายพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีสถานะทางทหาร เช่น โรงเรียนและอนุสาวรีย์ รวมถึงการใช้อาวุธหนักโดยไม่เลือกเป้าหมาย และการตั้งฐานยิงในพื้นที่ชุมชน พร้อมใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์

ประเทศไทยเรียกร้องให้ประชาคมโลกจับตาพฤติกรรมของผู้นำกัมพูชา สมเด็จฮุน เซน ซึ่งถือเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อการสั่งการและสนับสนุนการรุกรานในลักษณะที่ขัดต่อหลักสากล พร้อมยืนยันจุดยืนใช้สันติวิธีควบคู่กับการปกป้องอธิปไตยและประชาชนอย่างเต็มที่

ทบ. แจง กระสุนปืนใหญ่คลัสเตอร์ ใช้ตามหลักยุทธวิธี ไทยไม่เป็นภาคีห้ามใช้ !

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีกัมพูชากล่าวถึงฝ่ายไทยมีการใช้กระสุนปืนใหญ่แบบกระสุนคลัสเตอร์นั้น โดยกองทัพบกขอเรียนว่า การใช้กระสุนชนิดนี้ กองทัพบกจะพิจารณาใช้ตามความจำเป็นต่อเป้าหมายทางทหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำลายเป้าหมาย 

โดยเมื่อกระสุนหลักกระทบเป้าหมายแล้ว กระสุนย่อยที่บรรจุอยู่ภายในจะระเบิดต่อเนื่อง ซึ่งกระสุนดังกล่าว ไม่ใช่ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Landmines) และ ไม่มีผลตกค้างในระยะยาวต่อพลเรือนหลังใช้งาน
ส่วนกรณี อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้กระสุนคลัสเตอร์ (Convention on Cluster Munitions หรือ CCM) ซึ่งห้ามภาคีใช้งาน ผลิต หรือสะสมอาวุธชนิดนี้นั้น ไม่มีผลผูกพันต่อประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมิได้เป็นภาคีของอนุสัญญาฉบับดังกล่าว เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย เป็นต้น

กองทัพบกยืนยันว่า การปฏิบัติทางทหารของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลัก “ความได้สัดส่วน” โดยจะมีการใช้กระสุนแบบคลัสเตอร์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระเบิดทำลายเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น

เขมรดับ 100 นาย! วันที่ 2 ปะทะเดือด "ภูผี" ศรีสะเกษ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (ศปก.ทภ.2) รายงานสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงมีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายตรงข้ามยังคงใช้กลยุทธ์เคลื่อนกำลังทหารราบเข้าประชิดแนวรบของไทยในหลายพื้นที่สำคัญ เช่น ช่องบก, ซำแต, ภูมะเขือ, ช่องตาเฒ่า, ปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย พร้อมสนับสนุนการโจมตีด้วยอาวุธหนักเป็นระยะ

บริเวณ “ช่องบก” พบความพยายามจากฝ่ายตรงข้ามที่จะยึดเนินยุทธศาสตร์ 469 ขณะที่ “ช่องอานม้า” มีการปรับกำลังเพื่อควบคุมพื้นที่ แต่สถานการณ์เริ่มเบาบางลง ส่วนพื้นที่ “ซำแต” ยังมีการโจมตีด้วยรถถังและปืนใหญ่ต่อเนื่อง

“สัตตะโสม” เป็นอีกจุดที่ฝ่ายตรงข้ามได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วน “เขาพระวิหาร” มีการปะทะอย่างต่อเนื่องบริเวณวัดพระแก้ว “ภูมะเขือ” เป็นอีกจุดยุทธศาสตร์ที่มีการรุกคืบเพื่อยึดพื้นที่สร้างความได้เปรียบ

กองทัพไทยสามารถทำลายเป้าหมายในพื้นที่ “เนิน 350” ด้วยอาวุธยิงสนับสนุนได้สำเร็จ ขณะเดียวกันในพื้นที่ “ปราสาทตาควาย” (อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์) การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามถูกสกัดไว้ด้วยการยิงสนับสนุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วน “ปราสาทตาเมือนธม” ฝ่ายไทยสามารถสกัดกั้นการรุกได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามล่าถอยกลับไป โดยรายงานระบุว่า เฉพาะบริเวณ “ภูผี” ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียกำลังพลไปแล้วประมาณ 100 นาย

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงตรึงกำลังแน่นหนา พร้อมเดินหน้าปฏิบัติการเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนต่อไปอย่างเต็มที่

กต.ซัด “กัมพูชา” ไม่จริงใจ ยิงต่อเนื่องไม่เลือกเป้า

20.30 น. กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า รัฐบาลไทยขอขอบคุณท่าน นรม. Anwar Ibrahim สำหรับข้อเสนอหยุดยิงที่ไทยเห็นด้วยอย่างยิ่งในหลักการและพร้อมพิจารณา อย่างไรก็ดี ฝ่ายกัมพูชายังคงโจมตีไทยอย่างต่อเนื่องตลอดวันโดยไม่เลือกเป้า

ดังนั้น ตามข้อเท็จจริง การหยุดยิงใด ๆ ต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยฝ่ายไทยให้ความสำคัญในลำดับต้นกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และขณะนี้ การกระทำของฝ่ายกัมพูชายังคงแสดงออกถึงความไม่จริงใจ และยังคงทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยตกอยู่ในอันตราย ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติและพี่น้องประชาชนจนถึงที่สุด

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ