เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 68 ประมาณช่วง 21.00 น. ซอร์ ซกคา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการ ห้ามใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ในจังหวัดชายแดนที่ติดกับประเทศไทย โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับอธิปไตยของชาติและความมั่นคงในภูมิภาค
คำสั่งห้ามดังกล่าวจะมีผล 15 วัน บังคับใช้ทันทีหลังจากออกคำสั่ง มีผลกับจังหวัดอุดรมีชัย พระวิหาร บันทายมีชัย พระตะบอง ไพลิน โพธิสัตว์ เกาะกง เสียมราฐ และกำปงธม ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ใกล้กับเขตชายแดนที่เป็นข้อพิพาท
คำสั่งดังกล่าวระบุว่า มาตรการนี้เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยเชิงป้องกันที่มุ่งรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่อาจคุกคามบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย
ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับคำสั่งให้บังคับใช้คำสั่งห้ามอย่างเข้มงวด เผยแพร่ข้อมูลแก่สาธารณชน และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามข้อกำหนดรายวันต่อกระทรวงมหาดไทยผ่านกรมการปกครอง
การละเมิดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยโดรนในเขตหวงห้ามจะส่งผลให้มีการลงโทษทางปกครองตามกฎหมายและข้อบังคับที่มีอยู่
“คำสั่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันความเข้าใจผิดหรือการกระทำที่ยั่วยุที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้โดรนในพื้นที่อ่อนไหวในช่วงเวลาสำคัญนี้” กระทรวงฯ กล่าว พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทูตอย่างสันติและการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนโดยชอบด้วยกฎหมาย
รัฐบาลกัมพูชายังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและความร่วมมือระหว่างจังหวัดเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและรับรองความปลอดภัยสาธารณะตามแนวชายแดนด้านตะวันตกของกัมพูชา
เรียบเรียงจาก Khmer Times