จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 68 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เกี่ยวกับแผนดำเนินการทางกฎหมาย กรณีกัมพูชาใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ในการรุกรานอธิปไตยของไทย
โดยระบุว่า ถ้า สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยเมื่อไร ก็จะดำเนินการจับกุมทันที เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุดเมื่อเวลา 22.45 น. ของวันเดียวกัน ฮุน เซน ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ โดยระบุว่า ถ้าผู้นำไทยเข้ามาในกัมพูชาเมื่อไร ก็จะจับกุมทันทีเช่นกัน
ฮุน เซน ระบุว่า “ตามรายงานล่าสุดของสื่อไทย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทยระบุว่า หาก ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต เข้าประเทศไทยเมื่อไรก็จะถูกจับกุมทันที”
“หากสื่อรายงานคำพูดของรักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งใกล้จะหมดวาระ ได้อย่างถูกต้อง ก็แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นบุคคลที่ขาดความยั้งคิดและขาดความเข้าใจในกฎหมายจารีตประเพณีและพิธีการทางการทูต”
“หากประเทศไทยสามารถจับกุมผู้นำกัมพูชาได้ กัมพูชาก็สามารถจับกุมผู้นำไทยบางคนที่รุกรานและสังหารพลเมืองกัมพูชาได้เช่นกัน”
“ฝ่ายผู้รุกรานได้ละเมิดกฎหมายจารีตประเพณี”
“นี่เป็นความพยายามสร้างความไว้วางใจและมุ่งสู่ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น หรือเป็นการกระทำยั่วยุที่อาจจุดชนวนความขัดแย้งขึ้นอีกครั้งหลังจากข้อตกลงหยุดยิง?”