“ไฟแนนเชียล ไทม์ส” หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจของอังกฤษ พาดหัวข่าวว่า “ราชันกัญชาของไทยได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี” (Thailand’s ‘cannabis king’ elected prime minister) หลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีมติ 311 : 152 เลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตนักธุรกิจและนักการเมืองมากประสบการณ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า นายอนุทิน อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขอนุรักษ์นิยม
เป็นผู้มีบทบาททางการเมืองในการเมืองไทยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และถูกจดจำมากที่สุดจากนโยบายการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด
ในรอบ 17 ปีที่ผ่านมา ไทยมีนายกรัฐมนตรีถึง 5 คน ที่ถูกศาลสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาการค้าและการท่องเที่ยวยังดิ้นรนที่จะฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด - 19 พร้อมเสริมว่าการขึ้นสู่อำนาจของนายอนุทินในครั้งนี้ ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทยซึ่งครอบงำการเมืองไทยมานาน 2 ทศวรรษ ภายใต้การอุปถัมภ์ของ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี
สำนักข่าวบีบีซีจากอังกฤษ ระบุว่า ไทยมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ในรอบ 2 ปี หลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้นำคนที่ 32 ของประเทศ พรรคภูมิใจไทยของ นายอนุทินแยกตัวออกจากรัฐบาลผสม นำโดยพรรคเพื่อไทยของตระกูลชินวัตร สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาได้เพียงพอสำหรับการชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในไทยอาจยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากต้องเผชิญกับการปลดรัฐบาลหลายชุดออกจากตำแหน่ง โดยการแทรกแซงของศาลและการรัฐประหารในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สำนักข่าวสเตรทไทม์สของสิงคโปร์ รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นักธุรกิจสายอนุรักษ์นิยม วัย 58 ปี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย ซึ่งให้คำมั่นจะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดจากสุญญากาศทางอำนาจอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การลงมติดังกล่าวถูกบดบังด้วยข่าวการเดินทางออกนอกประเทศอย่างกะทันหันของ “นายทักษิณ ชินวัตร” ในขณะที่พรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสภาพระส่ำระส่าย จนเปิดทางให้ “นายอนุทิน” ขึ้นสู่อำนาจ
กระทรวงการต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย โดยระบุว่า จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และขยายความร่วมมือในทางปฏิบัติ
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า จีนและไทยเป็นมิตรสหายและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกัน ทั้งสองประเทศเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน และยังคงใกล้ชิดกันเช่นเคย ซึ่งในปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศ
รัฐบาลปักกิ่งยินดีร่วมมือกับรัฐบาลกรุงเทพฯ ในการสืบสานมิตรภาพอันดีงาม บรรลุความก้าวหน้ายิ่งขึ้นในการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน ตลอดจน ส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคต่อไป