หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สื่อทั่วโลกจับตาเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา คือการเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะของ “เจ้าชายฮิซาฮิโตะ” พระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โดยทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 ในการสืบราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ
ในพระราชพิธีที่จัดขึ้นที่พระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว เจ้าชายฮิซาฮิโตะทรงได้รับมงกุฎไหมสีดำเคลือบแลกเกอร์ ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นชีวิตในฐานะสมาชิกราชวงศ์ที่บรรลุนิติภาวะอย่างเป็นทางการ
หลังจากเจริญพระชันษาครบ 18 ปี ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว เจ้าชายฮิซาฮิโตะทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์ฝ่ายชายพระองค์แรกที่บรรลุนิติภาวะ นับตั้งแต่เจ้าชายฟูมิฮิโตะ มกุฎราชกุมารผู้เป็นพระบิดา เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1985 อย่างไรก็ตาม พิธีบรรลุนิติภาวะอย่างเป็นทางการถูกเลื่อนออกไป 1 ปี เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของพระองค์
เจ้าชายฮิซาฮิโตะยังทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์พระองค์แรกที่บรรลุนิติภาวะภายใต้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2022 ที่ลดอายุบรรลุนิติภาวะจาก 20 ปี เหลือ 18 ปี
เจ้าชายฮิซาฮิโตะทรงเป็นทายาทเพียงพระองค์เดียวในรุ่นของพระองค์ที่สามารถสืบราชบัลลังก์ได้ เนื่องจากกฎมณเฑียรบาล ปี 1947 กำหนดให้ผู้ชายเท่านั้นที่จะได้สืบราชสันตติวงศ์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิต่อไปได้
ขณะที่รัชทายาทองค์อื่น ๆ ได้แก่ คือ พระราชบิดา เจ้าชายฟูมิฮิโตะ พระชนมายุ 59 พรรษา เป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 และเจ้าชายฮิทาจิ พระปิตุลาในสมเด็จพระจักรพรรดิ พระชนมายุ 89 พรรษา เป็นรัชทายาทลำดับที่ 3
อย่างไรก็ตาม ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากกังวลว่า พระองค์อาจเป็นจักรพรรดิพระองค์สุดท้าย
ราชวงศ์ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในราชวงศ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่มีนโยบายการสืบราชสันตติวงศ์ที่อนุญาตเฉพาะผู้ชาย ทำให้จำนวนรัชทายาทน้อยลง
ปัจจุบัน เจ้าชายฮิซาฮิโตะทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสึคุบะตั้งแต่เดือนเมษายน โดยทรงเลือกเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อต่อยอดความสนพระทัยด้านแมลงที่ทรงมีมาเป็นเวลานาน และทรงชื่นชอบการเล่นแบดมินตัน
พระองค์ทรงอุทิศตนให้กับแมลงปอเป็นอย่างยิ่ง โดยทรงร่วมเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับการสำรวจแมลงในบริเวณพระราชวังอากาซากะในโตเกียว
ในการแถลงข่าวเมื่อเดือนมีนาคม เจ้าชายทรงตรัสว่า พระองค์ทรงหวังที่จะมุ่งเน้นการศึกษาเกี่ยวกับแมลงปอและแมลงชนิดอื่น ๆ รวมถึงวิธีการป้องกันประชากรแมลงในเขตเมืองไม่ให้สูญพันธุ์หรือได้รับผลกระทบจากมนุษย์
เจ้าชายฮิซาฮิโตะประสูติเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2006 และเป็นพระโอรสเพียงพระองค์เดียวของเจ้าชายฟูมิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร และเจ้าหญิงคิโกะ พระชายา พระองค์ทรงมีพระเชษฐภคินี 2 พระองค์ คือ เจ้าหญิงคาโกะ เจ้าหญิงผู้เป็นที่รักยิ่ง และเจ้าหญิงมาโกะ อดีตเจ้าหญิง ซึ่งสละฐานันดรไปอภิเษกสมรสกับบุคคลที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์
ปัญหาการขาดแคลนผู้สืบทอดราชบัลลังก์ชายเป็นข้อกังวลสำคัญสำหรับสถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 1,500 ปีแล้ว
ญี่ปุ่นมีจักรพรรดิชายเป็นส่วนใหญ่ แต่เดิมอนุญาตให้มีการสืบราชสันตติวงศ์โดยจักรพรรดิหญิง โดยในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมีจักรพรรดิหญิงอยู่ 8 พระองค์ เช่น จักรพรรดิโกะซาคุระมาจิ จักรพรรดิหญิงพระองค์ล่าสุดที่ครองราชย์ตั้งแต่ปี 1762-1770
การสืบราชสันตติวงศ์ถูกจำกัดทางกฎหมายให้เฉพาะผู้ชายเป็นครั้งแรกในปี 1889 และกฎหมายหลังสงครามโลก ปี 1947 ก็อนุญาตให้มีการสืบราชสันตติวงศ์เฉพาะผู้ชายเท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ระบบการสืบราชสันตติวงศ์เฉพาะผู้ชายนั้นมีข้อบกพร่องทางโครงสร้าง แม้เคยใช้ได้ผลมาก่อน แต่ก็ด้วยความช่วยเหลือของระบบพระสนม ซึ่งสามารถได้ให้กำเนิดพระราชโอรสธิดาได้ ไม่ได้มีเพียงรัชทายาทจากพระมเหสีเท่านั้น
เพื่อแก้ไขปัญหาการสืบราชสันตติวงศ์ ในปี 2005 รัฐบาลได้รวบรวมข้อเสนอให้สามารถมีจักรพรรดินีได้ แต่การประสูติของเจ้าชายฮิซาฮิโตะในปีถัดมาทำให้เกิดการพลิกกระแสอย่างรวดเร็ว และกลุ่มชาตินิยมได้ต่อต้านข้อเสนอนี้
ในเดือนมกราคม 2022 คณะผู้เชี่ยวชาญฝ่ายอนุรักษ์นิยมส่วนใหญ่ ได้เสนอให้รัฐบาลรักษาการสืบราชสันตติวงศ์ฝ่ายชายไว้ ขณะเดียวกันก็อนุญาตให้สมาชิกราชวงศ์หญิงยังคงสถานะราชวงศ์เดิมหลังการสมรส และยังคงปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปได้ ฝ่ายอนุรักษ์นิยมยังได้เสนอให้รับพระโอรสตจากพระบรมวงศานุวงศ์ที่ห่างไกลซึ่งปัจจุบันได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เพื่อสืบราชสันตติวงศ์ฝ่ายชายต่อไป
แต่การถกเถียงยังคงติดอยู่ในประเด็นที่ว่า ควรจะให้สถานะราชวงศ์แก่บุคคลที่ไม่ใช่ราชวงศ์ที่อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงและพระโอรสธิดาหรือไม่
อดีตหัวหน้าสำนักพระราชวังหลวง ฮาเคตะ ชินโง กล่าวในบทความหนังสือพิมพ์โยมิอุริเมื่อต้นปีนี้ว่า การถกเถียงที่นี้บีบให้เจ้าชายฮิซาฮิโตะต้องแบกรับภาระชะตากรรมของราชวงศ์เพียงลำพัง “คำถามพื้นฐานไม่ใช่ว่าจะอนุญาตให้มีลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง แต่เป็นว่าจะรักษาสถาบันจักรพรรดิไว้ได้อย่างไร”
หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ซึ่งเป็นสื่อฝ่ายอนุรักษ์นิยม ได้ออกข้อเสนอของตนเองในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายราชวงศ์อย่างเร่งด่วน เพื่อมอบสถานะราชวงศ์แก่พระสวามีและพระโอรสธิดาของเจ้าหญิง และอนุญาตให้สตรีสืบราชสันตติวงศ์ได้ รวมถึงเรียกร้องให้รัฐสภา “หาข้อสรุปอย่างมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ รัฐและสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีของประชาชน”
เรียบเรียงจาก Associated Press