นายอิชิบะ ชิเงรุ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2024 ที่ผ่านมา ประกาศตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่น ที่ผูกขาดการบริหารประเทศมายาวนานหลายทศวรรษ
ที่ผ่านมา มีกระแสข่าว และมีเสียงเรียกร้องจากฝ่ายขวาจัดในพรรครัฐบาล ให้นายอิชิบะลาออก เพื่อรับผิดชอบที่พรรคชวดเสียงข้างมากในสภาสูง หลังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง สว. เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะประชาชนไม่พอใจในการแก้ปัญหาค่าครองชีพ แต่เจ้าตัวก็ยืนกรานจะยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป
สัปดาห์ที่ผ่านมา นายอิชิบะก็เพิ่งยืนกรานว่ายังไม่มีความตั้งใจที่จะลาออกในเวลานี้ แต่จะตัดสินใจว่าจะแสดงความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งอย่างไร ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน ก่อนที่พรรค LDP จะมีการลงมติว่าจะจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่หรือไม่ ซึ่งอาจบีบให้อิชิบะต้องลงจากตำแหน่งอยู่แล้ว
ซึ่งการเร่งออกมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเงินเฟ้อ และผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการแสดงความรับผิดชอบ
อิชิบะวัย 68 ปี ให้เหตุผลว่า เวลานี้เหมาะสมต่อการก้าวลงจากตำแหน่ง หลังรัฐบาลเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อผ่อนคลายมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดขึ้นต่อสินค้าญี่ปุ่น โดยยืนยันว่าตนต้องการแก้ไขวิกฤติด้านการค้าระหว่างสองประเทศก่อนลงจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 อิชิบะเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากปัญหาเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สูงขึ้น และราคาข้าวที่พุ่งขึ้นเท่าตัวในรอบปี
อีกทั้งยังถูกวิจารณ์จากการแต่งตั้งผู้หญิงเพียงสองคนในคณะรัฐมนตรี และกรณีการแจกของขวัญหรูแก่สมาชิกพรรค ซึ่งทำให้คะแนนนิยมตกต่ำต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สำนักข่าว NHK รายงานว่า นายอิชิบะตัดสินใจลาออก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความแตกแยกภายในพรรค ขณะที่หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน รายงานว่า อิชิบะทนกระแสเรียกร้องให้ลาออกไม่ไหว
อย่างไรก็ตาม อิชิบะ ยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาแทน
ที่มา: BBC