สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรทรงเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ ที่ปราสาทวินด์เซอร์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ก.ย.
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่งานเลี้ยงต่อแขกผู้ร่วมงาน 160 คน ทรัมป์ระบุว่า การได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ได้รับเชิญให้เยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการ 2 ครั้งถือเป็นโอกาสพิเศษและเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของตน
เขายังกล่าวติดตลกว่า “เขาหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีใครได้รับเชิญสองครั้ง”
ทรัมป์กล่าวว่า “ถือเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ได้รับการต้อนรับที่นี่ และถ้าลองคิดดู ก็มีประธานาธิบดีมากมายที่เคยมาเยือน แต่การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งที่สองนั้น เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ ซึ่งจริงๆ ผมก็หวังเช่นนั้น แต่แน่นอนว่านี่คือหนึ่งในเกียรติสูงสุดในชีวิตผม ผมมีความเคารพอย่างยิ่งต่อพระองค์และประเทศของพระองค์”
ทรัมป์ยังกล่าวยกย่องความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอังกฤษ โดยระบุว่า คำว่า “พิเศษ” ยังไม่อาจอธิบายได้ครบถ้วน
ขณะที่พระเจ้าชาร์ลส์ตรัสถึงเหตุการณ์ในวันนี้ว่า เป็นการต่ออายุสายสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยทรงระบุถึงความเชื่อมั่นไม่สั่นคลอนในมิตรภาพ และการยึดมั่นร่วมกันในเสรีภาพและอิสรภาพ
นอกจากนี้ พระองค์ยังตรัสชื่นชมทรัมป์ในความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาทางออกต่อความขัดแย้งที่แก้ไขได้ยากที่สุดของโลก
ทรัมป์และพระเจ้าชาร์ลส์นั่งข้างกันที่โต๊ะจัดเลี้ยงยาวเกือบ 50 เมตร ซึ่งใช้เวลากว่า 1 สัปดาห์ในการจัดเตรียม รายล้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ คณะผู้แทนรัฐบาลสหรัฐฯ และแขกผู้มีเกียรติรวม 160 คน
เมนูในงานเลี้ยงเริ่มต้นด้วยพานาคอตตาผักวอเตอร์เครส ตามด้วยไก่ม้วนแบบนอร์ฟอล์กห่อซูกินี และปิดท้ายด้วยไอศกรีมวานิลลาบอมบ์ พร้อมค็อกเทลสูตรพิเศษ “ทรานส์แอตแลนติก วิสกี้ ซาวร์” (Transatlantic Whisky Sour) ที่สะท้อนรสชาติทั้งอังกฤษและอเมริกัน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งได้เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมหลายอย่าง เช่น พิธีสวนสนามและขบวนรถม้า การแสดงบินผาดแผลงโดยฝูงบินเรด แอร์โรว์ส (Red Arrows) ของกองทัพอากาศอังกฤษ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้เยี่ยมชมคอลเลกชันศิลปะของราชวงศ์ที่ปราสาทวินด์เซอร์ และเยือนโบสถ์เซนต์จอร์จ ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ซึ่งเคยทรงเป็นเจ้าภาพต้อนรับทรัมป์ในครั้งแรกเมื่อปี 2019
ขณะเดียวกันที่กรุงลอนดอน ผู้คนจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมที่พอร์ตแลนด์เพลส ใกล้กับสำนักงานใหญ่บีบีซี ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังอาคารรัฐสภาอังกฤษ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่แสดงการคัดค้านการเยือนของทรัมป์ โดยชูป้ายข้อความต่อต้านผู้นำสหรัฐฯ และชูธงปาเลสไตน์
การประท้วงครั้งนี้จัดโดยกลุ่ม Stop Trump Coalition ภายใต้ชื่อ “Trump Not Welcome” และได้รับการสนับสนุนจากหลายสิบองค์กร รวมถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สมาคมสิทธิสตรี และนักเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์