แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหาร หรือบอร์ดบริหารใหม่ ซึ่งจะทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการของ TikTok ในสหรัฐฯ จะมีทั้งหมด 7 ที่นั่ง ซึ่ง 6 ที่นั่งจะเป็นของชาวอเมริกัน โดยจะมีการลงนามเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เบื้องต้น ระบบอัลกอรึทึมจะควบคุมโดยชาวอเมริกัน ส่วนการจัดการข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน จะเป็นหน้าที่ของบริษัทออราเคิล (Oracle) ของ แลร์รี เอลลิสัน หนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และยังเป็นพันธมิตรคนสำคัญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย
ย้อนกลับไปในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน สภาคองเกรสผ่านกฎหมาย บีบให้ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่สัญชาติจีนของ TikTok ขายกิจการในสหรัฐฯ มิเช่นนั้นจะถูกแบน โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของชาติ
ทั้งนี้ สภาสหรัฐฯ มีความกังวลว่า รัฐบาลจีนอาจใช้ TikTok เก็บข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกัน หรือเข้ามาแทรกแซงในเนื้อหาที่ชาวอเมริกันเห็นผ่านโซเชียล
แต่พอมาถึงช่วงที่ทรัมป์หาเสียงเลือกตั้งปีที่แล้ว เจ้าตัวมีท่าทียืดหยุ่นขึ้นกับ TikTok ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกัน และหลังเข้ารับตำแหน่ง ตัวเขาเองลงนามคำสั่งขยายเส้นตายแบน TikTok ออกไปหลายครั้ง เพื่อเปิดทางให้กับดีลขายกิจการ
ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ทำเนียบขาว เจ้าตัวระบุว่า ได้กลุ่มชาวอเมริกันรักชาติมาซื้อ TikTok แล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผยแน่ชัดว่า ที่นั่งที่เหลืออีก 1 ที่ในบอร์ดบริหาร จะเป็นของใคร แต่หลายฝ่ายคาดการณ์อาจว่าจะเป็นของไบต์แดนซ์ บริษัทแม่สัญชาติจีน
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้น หลังทรัมป์สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง เกี่ยวกับข้อตกลงของ TikTok ซึ่งทรัมป์ระบุว่า ประธานาธิบดีสีเห็นชอบในรายละเอียดแล้ว เหลือแค่การลงนามให้มีผลบังคับใช้
นอกจากนี้ ทรัมป์และสียังมีกำหนดพบปะกันแบบตัวต่อตัว นอกรอบการประชุมเอเปกที่เกาหลีใต้ ในอีก 6 สัปดาห์ข้างหน้า