ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ ระหว่างทำหน้าที่ประธานการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติร่วมกับมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาสองรัฐ
โดยผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่า การรับรองนี้เป็นก้าวสำคัญเพื่อยุติวงจรความรุนแรงและสร้างสันติภาพ ต้องทำทุกสิ่งที่เป็นไปได้เพื่อรักษาความเป็นไปได้ของแนวทางการแก้ปัญหาสองรัฐ พร้อมกับย้ำว่าการรับรองสิทธิอันชอบธรรมของชาวปาเลสไตน์ไม่ได้ทำให้สิทธิของชาวอิสราเอลหายไป
มาครงกล่าวว่า “เวลานั้นมาถึงแล้ว ด้วยความซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อสันติภาพระหว่างประชาชนชาวอิสราเอลและปาเลสไตน์ วันนี้ผมขอประกาศว่า ฝรั่งเศสรับรองรัฐปาเลสไตน์”
มาครงยังได้เสนอกรอบแนวทางสำหรับองค์การบริหารปาเลสไตน์ ซึ่งฝรั่งเศสจะเปิดสถานทูตโดยมีเงื่อนไข เช่น การปฏิรูป การหยุดยิง และการปล่อยตัวประกันอิสราเอลทั้งหมดที่เหลืออยู่ ที่กลุ่มฮามาสจับตัวไปและควบคุมตัวอยู่ในกาซา
การรับรองรัฐปาเลสไตน์โดยออสเตรเลีย แคนาดา โปรตุเกส และสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้เพิ่มแรงกดดันต่ออิสราเอล ซึ่งกำลังทำสงครามในกาซาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วกว่า 65,300 คน และเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็นซากปรักหักพัง
ขณะที่สเปน นอร์เวย์ และไอร์แลนด์ได้ประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ไปตั้งแต่ปีก่อน โดยสเปนได้คว่ำบาตรอิสราเอลจากการทำสงครามในกาซาด้วย
องค์การบริหารปาเลสไตน์กล่าวยกย่องการตัดสินใจของฝรั่งเศสว่าเป็นการตัดสินใจทางประวัติศาสตร์และกล้าหาญ
โดยแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศปาเลสไตน์ในเมืองรามัลเลาะห์ แสดงความยินดีกับการรับรองรัฐปาเลสไตน์โดยสาธารณรัฐฝรั่งเศสผู้เป็นมิตร ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ มติสหประชาชาติ และสนับสนุนความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสันติภาพและการแก้ปัญหาสองรัฐ
ขณะที่ อันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวในการประชุม ย้ำการสนับสนุนต่อแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ โดยชี้ว่านี่คือหนทางเดียวที่เป็นไปได้ที่จะนำไปสู่สันติภาพ หลังจากการเจรจาที่ล้มเหลวมาหลายปี และมีการละเมิดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
กูแตร์เรสยังปฏิเสธคำวิจารณ์จากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ว่า การรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์คือ การให้รางวัลแก่กลุ่มฮามาส” โดยย้ำว่านี่คือสิทธิไม่ใช่รางวัล
ทั้งนี้ ทูตของอิสราเอลและสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้