มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในฟิลิปปินส์หลังจาก “พายุบัวลอย” (BUALOI) ซึ่งทวีกำลังแรงขึ้นจากพายุโซนร้อนเป็นพายุไต้ฝุ่น ได้พัดขึ้นฝั่งเมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ก.ย. ถล่มหมู่เกาะทางตอนกลางและภูมิภาคลูซอนใต้ เพียงไม่กี่วันหลังจากพายุรากาซาพัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย
รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในเขตกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศ ถูกสั่งหยุดดำเนินงานชั่วคราว
พายุบัวลอยพัดขึ้นฝั่งที่ซามาร์ตะวันออกในภาคกลางของฟิลิปปินส์ ก่อนที่จะข้ามไปยังมัสบาเตและพัดผ่านภูมิภาคบีโคลในลูซอนตอนใต้
เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยฟิลิปปินส์กล่าวว่า ผู้เสียชีวิต 3 รายอยู่ในจังหวัดมัสบาเต ซึ่งมีลักษณะเป็นเกาะ โดย 1 รายถูกต้นไม้ล้มทับ 1 รายจมน้ำเสียชีวิต และ 1 รายเสียชีวิตจากกำแพงพังลงมาทับ
อันโตนิโอ โค ผู้ว่าการจังหวัดมัสบาเต ได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางโดยด่วน โดยอ้างถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการกำจัดเศษซาก กู้ระบบพลังงาน และเปิดท่าเรืออีกครั้งเพื่อให้สามารถส่งความช่วยเหลือได้
ในพื้นที่อื่น ๆ ของลูซอนใต้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า มีฝนตกหนัก ลมแรง ไฟฟ้าดับ และพืชผลและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย
คาดการณ์ว่าพายุบัวลอย ซึ่งมีความเร็วลมสูงสุด 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นอีกครั้ง ขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเวียดนาม
รัฐบาลเวียดนามระบุว่า พายุที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจะพัดถล่มชายฝั่งตอนเหนือและตอนกลางของประเทศในวันที่ 29 ก.ย. ทำให้เกิดฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 28-30 ก.ย.
กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเวียดนามระบุว่า “ฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ลุ่ม รวมถึงเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรม”
เรียบเรียงจาก Reuters