กระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยว่า เมื่อ 27 กันยายนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้นำคณะ ทีมผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวของอาเซียน (ASEAN Interim Observers Team: IOT) นำโดยมาเลเซียและประเทศสมาชิกอื่น ๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายที่อ้างว่าเกิดจากเหตุโจมตี 2 ระลอกของกองทัพไทย บริเวณฐานทัพกัมพูชาในพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดพระวิหาร เพื่อสังเกตการณ์ ตรวจสอบ และรายงานสถานการณ์ภายหลังการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง
กระทรวงกลาโหมกัมพูชา อ้างว่า เหตุยิงปะทะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน เวลา 11.52 - 12.46 น. โดยมีการยิง 2 ช่วงคือ 11.52 - 12.22 น. และ 12.25 - 12.46 น. ใช้อาวุธปืนครกและอาวุธเบา
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าไม่ได้ตอบโต้แม้แต่นัดเดียว โดยย้ำว่าปฏิบัติตามหลักการ “อดทนอดกลั้นสูงสุด” และยึดถือข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชาที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืน วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 อย่างเคร่งครัด
กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ระบุว่า รู้สึกกังวลต่อการยั่วยุและการยิงอย่างต่อเนื่องจากฝั่งไทย โดยเฉพาะการที่กองทัพไทยเปิดฉากยิงก่อนในเวลา 11.52 น. แล้วกลับมากล่าวหากัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มโจมตี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคารพและการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ซ้ำยังเพิ่มความซับซ้อนและตึงเครียดต่อสถานการณ์ชายแดน
ด้วยเหตุนี้ กัมพูชาเรียกร้องให้ทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียนเข้ามาสอบสวนและตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด โดยเฉพาะชนิดกระสุนและทิศทางการยิง เพื่อเผยข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย รวมถึงสาธารณชน
พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงย้ำว่า กัมพูชาจะยังคงยึดมั่นในความจริงและขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค