แก้ว เรมี ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา (CHRC) เรียกร้องผู้นำไทยไม่ให้บิดเบือนแผนที่หรือดำเนินการใด ๆ ที่อาจเปลี่ยนข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาให้กลายเป็นสนามทดสอบอาวุธของชาติมหาอำนาจ พร้อมเปรียบเทียบสถานการณ์ว่าอาจคล้ายกับความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน
โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของ แก้ว เรมี ระบุว่า ทางการไทยไม่ควรบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือยั่วยุให้ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจใด ๆ ก็ตามต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตพลเรือนและเศรษฐกิจท้องถิ่น
ประธาน CHRC กล่าวเสริมว่า ทางการไทยควรหลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ชายแดนของจีนและสหรัฐฯ โดยระบุว่า ในขณะที่รัสเซียและยูเครนได้กลายเป็นพื้นที่ทดลองของชาติมหาอำนาจไปแล้ว จีนยังคงมองหาสถานที่ใหม่สำหรับการทดสอบอาวุธ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่รายงานของ Humanitarian Response Forum (HRF) ระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ดีขึ้น หลังการหยุดยิงผ่านไป 9 สัปดาห์ แต่จำนวนพลเรือนที่ต้องเผชิญการพลัดถิ่นกลับเพิ่มสูงขึ้น
รายงานระบุว่า การเคลื่อนย้ายประชากรได้เปลี่ยนแปลงไป โดยนับจนถึงวันที่ 2 ต.ค. 68 มีผู้พลัดถิ่นจากความขัดแย้งมากกว่า 16,000 คน คิดเป็น 44% ของจำนวนผู้พลัดถิ่นทั้งหมด ในจำนวนนี้กว่า 14,000 คน ยังคงพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะที่มากกว่า 1,300 คน พักอยู่กับเพื่อนหรือญาติ
อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดและโฆษกของจังหวัดบันเตียเมียนเจย ให้สัมภาษณ์กับ The Cambodia Daily ว่า รายงานของบางองค์กรไม่สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริง พร้อมยืนยันว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นไม่ได้สูงเท่ากับที่ HRF รายงานไว้
ขณะที่กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาระบุในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า มีผู้พลัดถิ่นทั้งหมด 168,946 คน จากเหตุสู้รบตลอด 5 วันตามแนวชายแดน