ทางการเมืองปอยเปต ซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า เมืองปอยเปตกลับคืนสู่สภาวะปกติแล้วเป็นส่วนใหญ่ หลังจากเกิดความวุ่นวายหลายสัปดาห์จากการสู้รบข้ามพรมแดน การจราจรคล่องตัว และธุรกิจส่วนใหญ่กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง หลังจากมีการหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยมานานกว่า 1 สัปดาห์
พันเค็ม บุญธัน รองผู้อำนวยการสำนักนายกรัฐมนตรีและรองประธานคณะทำงานรัฐบาลจังหวัดบันเตียเมียนเจย กล่าวว่า สถานการณ์ในปอยเปตเกือบจะกลับสู่สภาพก่อนวันที่ 7 ธ.ค. 68
“ณ เย็นวันที่ 5 ม.ค. สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว การจราจรและกิจกรรมทางธุรกิจกลับมาดำเนินต่อ เราสามารถพูดได้ว่าเกือบจะกลับสู่ภาวะปกติ 100% แล้ว ผู้ที่อพยพก็เริ่มเดินทางกลับบ้านแล้ว” บุญธันกล่าว
บุญธันกล่าวว่า ปอยเปตมีประชากรประมาณ 120,000 คน ขณะที่จำนวนแรงงานข้ามชาติและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจทำให้จำนวนประชากรรวมอยู่ที่ประมาณ 230,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทย
ตามถนนที่พลุกพล่านของเมือง ธุรกิจท้องถิ่นและต่างชาติหลายแห่งได้กลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชานานเกือบ 3 สัปดาห์ ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางอากาศและการทิ้งระเบิดในพื้นที่รอบนอกของเมือง
จากตัวเลขของรัฐบาลกัมพูชา ประมาณ 95% ของธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้กลับมาดำเนินการแล้ว ปอยเปตเป็นด่านชายแดนหลักของกัมพูชาที่เชื่อมต่อกับไทย ซึ่งเชื่อมต่อทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชากับอรัญประเทศ อย่างไรก็ตาม ด่านพรมแดนระหว่างประเทศยังคงปิดอยู่หลังเหตุการณ์ปะทะ และยังไม่มีวี่แววว่าจะเปิดอีกครั้งเมื่อใด
ในใจกลางเมือง ร้านขายของชำ ร้านอาหาร คาสิโน ร้านค้าแผงลอย ซูเปอร์มาร์เก็ต และบริษัทเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ ได้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งแล้ว รวมถึงธุรกิจที่ดำเนินการโดยชาวจีน อินโดนีเซีย และไทย
เรียบเรียงจาก Khmer Times