16 ต.ค. 68 จากกรณีที่ คิม จินอา ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 2 ของเกาหลีใต้ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ พบหารือเกี่ยวกับคดีหลอกลวงการจ้างงานและศูนย์สแกมเมอร์ที่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวพลเมืองเกาหลีใต้หลายสิบคน กับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ที่ทำเนียบสันติภาพในกรุงพนมเปญ นั้น
ภายหลังการหารือ นายกฯ ฮุน มาเนต โพสต์เฟซบุ๊กเผยถึงการหารือดังกล่าวว่า วันนี้ ข้าพเจ้าได้หารือกับ คิม จินอา ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 2 แห่งสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมคณะผู้แทนที่มาด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งได้รับการฟื้นฟูในปี พ.ศ. 2540 และยกระดับขึ้นเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในปี พ.ศ. 2567 ยังคงเติบโต เข้มแข็ง และลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือด้านต่าง ๆ มีความก้าวหน้าอย่างชัดเจนในแทบทุกภาคส่วน
การหารือในวันนี้รวมถึงความพยายามร่วมกันในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์ ข้าพเจ้าขอย้ำว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานกัมพูชาและเกาหลีนับตั้งแต่ที่ผ่านมาให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหลายประการ
พร้อมกันนี้ กัมพูชาและสาธารณรัฐเกาหลีจะยังคงเสริมสร้างความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อป้องกัน ปราบปราม และจัดการกับการฉ้อโกงทางออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยรักษาสันติภาพ ระเบียบสังคม และความปลอดภัยของประชาชน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สื่อมวลชนจากประเทศเพื่อนบ้านรายงานว่า ผู้นำของประเทศดังกล่าวมีแผนที่จะหารือกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์ในกัมพูชาที่เกี่ยวข้องกับพลเมืองเกาหลี
ข้าพเจ้าชี้แจงต่อ คิม จินอา ว่า หากรายงานนี้เป็นความจริง ข้าพเจ้าขอให้ท่านกรุณาแจ้งต่อประธานาธิบดีให้ทราบว่า กัมพูชาไม่จำเป็นต้องให้ประเทศเพื่อนบ้านใดมาดำเนินการแทนเรา ผู้นำของประเทศนั้นควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภายในประเทศของตนเองให้เรียบร้อยก่อน
สำหรับความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและสาธารณรัฐเกาหลีในการต่อสู้กับการฉ้อโกงทางออนไลน์ ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและเครื่องมือเพียงพอที่จะทำงานร่วมกันโดยตรงเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้องมีการเข้าแทรกแซงจากบุคคลที่ 3 ใด ๆ
ฮุน มาเนต ทิ้งท้ายว่า ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นที่จะสานต่อการทำงานร่วมกับเพื่อนบ้านและพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพลเมือง และเพื่อส่งเสริมความสงบเรียบร้อยในภูมิภาคของเรา