การพบปะหารือระหว่าง คิม จินอา รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศเกาหลีใต้คนที่ 2 กับ ซาร์ โสกา รัฐมนตรีมหาดไทยกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ ทางเกาหลีใต้เตรียมจะส่ง บัญชีรายชื่อ "ตัวการใหญ่" ที่อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ ทั้งหมดให้กับกัมพูชา เพื่อการขึ้นบัญชีดำ และห้ามเดินทางเข้าประเทศ
ซาร์ โสกา ระบุว่า ทางการกัมพูชาจะเตรียมบัญชีดำรายชื่อของผู้ที่ถูกแบนห้ามเข้าประเทศ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการควบคุมตัวบุคคลเหล่านี้โดยทันที หากพบตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกแห่ง
โดยเขาหวังว่า จินอา จะนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องต่อผู้นำ สื่อ และสาธารณชนเกาหลีด้วย
ขณะที่ คิม จินอา ให้คำมั่นว่า เกาหลีใต้จะให้การสนับสนุนกัมพูชาในการฝึกอบรม การแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนด้านประสบการณ์กับเจ้าหน้าที่กัมพูชาด้วย โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงจะจัดตั้ง "ทีมปฏิบัติการพิเศษ" เพื่อการปราบปรามสแกมเมอร์โดยเฉพาะ
นอกจากการเข้าหารือระหว่างรัฐมนตรีเกาหลีใต้และกัมพูชา ด้านกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ ได้ประกาศส่ง ปาร์ค อิล อดีตเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำเลบานอน เดินทางเยือน "สีหนุวิลล์" อีกหนึ่งศูนย์กลางสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ในกัมพูชา เพื่อตรวจสอบว่ามีชาวเกาหลีใต้ถูกหลอกมาทำงานและถูกกักขังในศูนย์สแกมเมอร์หรือไม่
ปาร์ค ในฐานะผู้แทนทีมปฏิบัติการพิเศษเพื่อการปกป้องชาวเกาหลีใต้โพ้นทะเลในกัมพูชา ได้ร่วมประชุมกับชุมชนชาวเกาหลีในสีหนุวิลล์ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของชาวเกาหลีว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพื่อความปลอดภัยของพลเมือง
ส่วนการช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ออกจากศูนย์สแกมเมอร์ มีความคืบหน้า หลัง คิมบงจู สส.พรรคประชาธิปไตยเกาหลี ระบุว่า ตำรวจท้องถิ่นกัมพูชา สามารถช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ได้อีก 3 ราย จากการประสานกับทางการกัมพูชา ภายหลังแม่ของเหยื่อหนึ่งในนั้น ได้เข้าแจ้งความว่าลูกชายของตนเองหายตัวไป
สส.คิม ระบุว่า ชายชาวเกาหลีใต้ 3 คนนี้ ถูกหลอกลวงไปทำงานยังกัมพูชา จากประกาศจัดหางานออนไลน์ที่เห็นว่ารายได้ดี ก่อนถูกบังคับให้ทำงานเป็น สแกมเมอร์ ประเภทหลอกให้เหยื่อรัก ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยถูกใช้งานเยี่ยงทาสวันละ 11 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม จากการที่ตำรวจท้องที่ของกัมพูชาได้เข้าหาตัวเหยื่อทั้ง 3 คนนี้ กลุ่มสแกมเมอร์ ได้หลบหนีออกจากตึกของศูนย์สแกมเมอร์ไปแล้ว