วันที่ 23 ต.ค. 68 ชา คยู-กึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี (DP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรเกาหลี (KCS) พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการขนย้ายเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา รวมมูลค่าสูงถึง 2.26 หมื่นล้านวอน (ราว 514 ล้านบาท)
ข้อมูลดังกล่าวหมายความว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เงินทุนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งมิจฉาชีพในกัมพูชากำลังถูกลักลอบนำออกจากประเทศกัมพูชามายังเกาหลีใต้ผ่านการขนย้ายเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมาย
ทางการจึงวางแผนที่จะปราบปรามให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
ชา คยู-กึน ระบุว่า มีการขนย้ายเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา 20 คดี ระหว่างปี 2559 ถึงเดือน ส.ค. ปีนี้ โดยพิจารณาจากจำนวนคดีที่ส่งให้อัยการดำเนินคดี มูลค่าการขนย้ายผิดกฎหมายเหล่านี้รวมอยู่ที่ 2.26 หมื่นล้านวอน
หากจำแนกตามประเภท พบว่าเป็นกรณีการลักลอบนำเข้าและส่งออกเงินดอลลาร์สหรัฐ 18 กรณี และกรณีการฟอกเงิน 2 กรณี
สำหรับการลักลอบนำเข้าและส่งออกเงินดอลลาร์สหรัฐ เกี่ยวข้องกับการซ่อนเงินจำนวนมากไว้ในสัมภาระ โหลดใต้ท้องเครื่องบินขณะเดินทางออกจากกัมพูชา และพยายามลักลอบนำเงินออกโดยไม่แจ้งต่อศุลกากร
ส่วนการฟอกเงินเกี่ยวข้องกับการรับเงินจากบุคคลที่ร้องขอโอนเงินจากเกาหลีใต้มายังกัมพูชา โดยใช้บัญชีฟอกเงินภายในประเทศ แล้วจึงนำเงินดังกล่าวไปส่งยังผู้รับในกัมพูชา
สส.ชา ชี้ให้เห็นว่า เนื่องจากการขนย้ายเงินตราต่างประเทศผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชามีจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ จึงควรเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามเพื่อระบุธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ผิดกฎหมายใด ๆ ที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในกัมพูชา
กรมศุลกากรเกาหลีชี้แจงว่า เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมของกัมพูชาจะถูกลักลอบนำเข้าไปต่างประเทศผ่านการขนย้ายเงินตราต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย และมีความเป็นไปได้สูงที่เงินเหล่านี้จะถูกปกปิดหรือโอนไปต่างประเทศอย่างผิดกฎหมายโดยใช้สินทรัพย์เสมือน
เจ้าหน้าที่ KCS กล่าวว่า “หากพบความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวข้องกับเงินผิดกฎหมายระหว่างการปราบปราม เราจะแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ผิดกฎหมายและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงคณะสอบสวน หน่วยข่าวกรองทางการเงินของเกาหลี (FIU) สำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน และตำรวจ เพื่อปราบปรามต้นตอของอาชญากรรมเหล่านี้”
เรียบเรียงจาก Marketin