เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 68 สำนักข่าว HK01 ของฮ่องกง เผยแพร่รายงานสอบสวนพิเศษ เกี่ยวกับ “เฉิน จื้อ” ผู้ก่อตั้งบริษัท ปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา
HK01 เปิดเผยว่า เฉิน จื้อ เป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์เกรดเอทั้งหลังในย่านจิมซาจุ่ย และบ้านพักตากอากาศย่านเดอะพีก ซึ่งเขาใช้เป็นหลักประกันเงินกู้หลายครั้ง แต่ละครั้งได้รับการชำระคืนเต็มจำนวนภายในไม่กี่เดือน ทำให้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน
HK01 รายงานว่า ในเดือน ธ.ค. 59 ได้มีรายงานการซื้อขายบ้านเลขที่ 1 ถนนเมานต์นิโคลสัน ย่านเดอะพีก ซึ่งเป็นอาคารที่มีราคาแพงที่สุดในเวลานั้น ด้วยราคา 1.08 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง
อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวถูกซื้อโดยบริษัท Giant Victory Holdings Limited ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน และผู้ที่รับผิดชอบในการลงนามในเอกสารการขายคือ โจว โหย่วเฉียง แต่เขาปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของผู้ซื้อ
กระทั่งเดือน ต.ค. 68 บริษัท Giant Victory ได้ปรากฏในเอกสารคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยกล่าวหาว่าบริษัทดังกล่าวถูกควบคุมโดย เฉิน จื้อ นั่นทำให้เรื่องแดงออกมาว่า ผู้ที่ซื่อบ้านหรูหลังดังกล่าวคือ เฉิน จื้อ นั่นเอง
การขายบ้านเลขที่ 1 บนนถนนเมานต์นิโคลสันเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 60 แต่ปรากฏว่า ในเดือนเดียวกันนั้น บ้านหลังนี้ถูกจำนองกับบริษัทเงินทุนแห่งหนึ่งเป็นเงินกู้ 600 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งต่อมาชำระคืนภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน
จากนั้นในเดือน ก.ค. 61 บ้านหลังนี้ถูกจำนองอีกครั้งกับบริษัทเงินทุนอีกแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินกู้ และถูกไถ่ถอนภายในเวลาไม่ถึง 5 เดือน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติในตลาด
ปัจจุบันบ้านหลังนี้ไม่มีการจำนองและมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 1.3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 5.48 พันล้านบาท)
นอกจากนี้ HK01 ยังพบว่า เฉิน จื้อ ได้เข้าซื้ออาคารพาณิชย์เกรดเอเลขที่ 68 ถนนคิมเบอร์ลีย์ ย่านจิมซาจุ่ย ในปี 2561 ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1.265 หมื่นล้านบาท)
เท่ากับว่า เฉิน จื้อ มีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลอยู่ในฮ่องกง
ไม่เพียงเท่านั้น ตามบันทึกของสำนักงานทะเบียนบริษัทฮ่องกง เฉิน จื้อ เริ่มจดทะเบียนบริษัทหลายแห่งในฮ่องกงในปี 2561 และดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทด้วยตนเอง วัตถุประสงค์ของบริษัทบางแห่งยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด และบริษัทเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
เฉิน จื้อ ยังซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน 2 แห่ง จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมสูงสุด โดยมีหุ้นมากกว่า 50% และนำบริษัทเหล่านั้นขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชาในปี 2562 และในปี 2566 ได้เข้าสู่ธุรกิจสินค้าหรูหรา
HK01 ระบุว่า พฤติการณ์เหล่านี้ของ เฉิน จื้อ แสดงให้เห็นว่า เขาเข้ามาฟอกเงินในฮ่องกงตั้งแต่ปี 2559 เป็นอย่างน้อย
เรียบเรียงจาก HK01