ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เดินทางถึงประเทศมาเลเซียแล้ว เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อาเซียน” (ASEAN) และเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาในวันนี้ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ระบุว่า กำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปมาเลเซีย
เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในข้อตกลงอันยิ่งใหญ่ซึ่งข้าพเจ้าเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างไทย และกัมพูชา ด้วยความภาคภูมิใจแต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของไทยสวรรคต ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจไปยังประชาชนชาวไทยผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าจะพบกับนายกรัฐมนตรีอันยอดเยี่ยมของพวกเขา เมื่อเราเดินทางไปถึง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าร่วมเหตุการณ์สำคัญนี้ได้ เราจะลงนามในข้อตกลงทันทีที่เดินทางถึง แล้วพบกันครับ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ก่อนร่วมพิธีลงนามและร่วมประชุมอาเซียน ปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ระหว่างการเดินทางมายังมาเลเซีย ประธานาธิบดีทรัมป์ แวะฐานทัพอัลอูดีด (Al Udeid Air Base) ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เพื่อพบหารือกับเจ้าผู้ครองรัฐ และนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ชาติพันธมิตรสำคัญซึ่งเป็นคนกลางข้อตกลงสันติภาพในฉนวนกาซา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ “ทรัมป์” มีขึ้นในขณะที่อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา แม้จะอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาอีก 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นรัฐออนแทริโอของแคนาดาเผยแพร่โฆษณาอ้างอิงคำพูดของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน จากพรรครีพับลิกันของสหรัฐฯ กล่าวโจมตีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าต่างชาติว่าจะก่อให้เกิดสงครามการค้าและนำไปสู่การเลิกจ้างงานชาวอเมริกัน
ก่อนหน้านี้ “ทรัมป์” ประกาศยกเลิกการเจรจาการค้ากับแคนาดาทั้งหมด ทำให้นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ของแคนาดาและ “ดั๊ก ฟอร์ด” มุขมนตรีรัฐออนแทริโอ ตัดสินใจยุติการเผยแพร่โฆษณาดังกล่าว เพื่อให้การเจรจาการค้ากลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง แต่พบว่ายังมีการออกอากาศโฆษณาบางส่วนระหว่างการแข่งขัน “เวิลด์ซีรีส์” หรือการแข่งขันเบสบอลเมเจอร์ลีก รอบชิงชนะเลิศ ช่วงสุดสัปดาห์
แคนาดาเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศ G7 ที่ยังไม่ได้ทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ นับตั้งแต่ “ทรัมป์” เริ่มเก็บภาษีนำเข้าประเทศคู่ค้าจำนวนมาก ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุมอาเซียน ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางเยือนญี่ปุ่นและเข้าร่วมการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้ ในภารกิจเยือนเอเชียครั้งแรก นับตั้งแต่กลับเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 โดยวาระที่น่าจับตามอง คือ การพบหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีน ก่อนภาษีใหม่ 100 เปอร์เซ็นต์มีผลในเดือนพฤศจิกายนนี้