ในระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ขณะเดินทางจากมาเลเซียไปญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขายังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการจะลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3
“ผมอยากลงนะ คะแนนนิยมของผมตอนนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยล่ะ ผมมีตัวเลขที่ดีที่สุด ถ้าคุณได้ดู...” ทรัมป์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในปี 2028 ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้สนับสนุนบางส่วนเสนอขึ้น เพื่อหาทางเลี่ยงข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ที่ห้ามประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งเกินสองสมัย โดยทรัมป์ระบุว่า แม้ตามหลักการ เขาจะสามารถทำได้ แต่ก็ไม่มีแผนจะทำเช่นนั้น พร้อมกล่าวว่าแนวคิดดังกล่าว “น่ารักเกินไป” และ “ไม่ถูกต้อง”
เขาเสริมว่า “ผมหมายถึงผมสามารถทำได้ แต่ผมไม่อยากทำ ผมจะไม่ทำแน่นอน มันเป็นไอเดียที่น่ารักเกินไป ผมจะตัดมันทิ้งแน่นอน เพราะมันดูเป็นลูกเล่นมากเกินไป ผมคิดว่าคนคงไม่ชอบ มันไม่ถูกต้องหรอก”
ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยพูดเล่นหลายครั้งเกี่ยวกับการอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 สมัย ทั้งตามเวทีหาเสียงและในกิจกรรมของผู้สนับสนุน โดยยังมีหมวก “Trump 2028” ปรากฏในหมู่แฟนคลับ ขณะที่พันธมิตรบางคนเริ่มพูดถึงแนวทางทางกฎหมายหรือทางการเมืองที่จะทำให้เป็นไปได้ แม้ว่านักวิชาการด้านรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นไปไม่ได้
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้เดินทางถึงญี่ปุ่นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ต.ค. โดยหลังจากที่ไปถึง ก็ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะที่พระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียวทันที
ทรัมป์ถือเป็นผู้นำต่างประเทศคนแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ หลังจากที่พระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2019
ขณะที่วันที่ 28 ต.ค. ทรัมป์มีกำหนดพบหารือกับ ทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ที่พระราชวังอาคาซากะ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่ทรัมป์เคยพบกับอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเมื่อ 6 ปีก่อน
ทาคาอิจิ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวกับทรัมป์ระหว่างการโทรศัพท์พูดคุยครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า การเสริมสร้างพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอ โดยทาคาอิจิเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ซึ่งมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับทรัมป์ และดูเหมือนว่าเธอจะสร้างความประทับใจแรกได้ดี
โดยทรัมป์ได้บอกผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า ซานาเอะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก เป็นพันธมิตรและเพื่อนสนิทของอาเบะ
แม้ญี่ปุ่นจะเป็นพันธมิตรที่มั่นคงที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย แต่การเยือนครั้งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทาคาอิจิต้องสร้างสายสัมพันธ์ที่มั่นคงกับทรัมป์ พร้อมกับปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ขณะที่ทรัมป์พยายามผลักดันข้อตกลงการค้า ซึ่งรวมถึงการลงทุนจากญี่ปุ่นมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ
ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นก็เตรียมหาทางเอาใจทรัมป์ ซึ่งอาจรวมถึงการพิจารณาซื้อรถกระบะฟอร์ด F-150 หลังทรัมป์มักจะบ่นว่าญี่ปุ่นไม่ยอมซื้อรถอเมริกัน เพราะคันใหญ่เกินไปสำหรับถนนที่แคบในญี่ปุ่น
ขณะเดียวกันตำรวจญี่ปุ่นได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนายรักษาความปลอดภัยทั่วกรุงโตเกียว หลังจากมีชายคนหนึ่งถูกจับพร้อมมีดบริเวณหน้าสถานทูตสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ในย่านชินจูกุ กลุ่มผู้ประท้วงราว 100 คนออกมาเดินขบวนแสดงจุดยืนคัดค้านการเยือนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการพบกับนายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของญี่ปุ่น