สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระเบิดพลีชีพ บริเวณหน้าศาลแขวงในกรุงอิสลามาบัด ช่วงบ่ายวันนี้ (11 พ.ย. 2025) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และบาดเจ็บอีก 27 คน ขณะบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ
โมห์ซิน นักวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยปากีสถาน ให้รายละเอียดว่า มือระเบิดพยายามฝ่าเข้าไปภายในเขตศาล แต่ไม่สามารถทำได้ จึงหันไปจุดระเบิดใกล้รถตำรวจที่จอดอยู่ด้านหน้า แรงระเบิดสร้างความเสียหายให้รถหลายคันและอาคารใกล้เคียง
โดย นักวี ระบุว่า ทางการกำลังตรวจสอบทุกประเด็นที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ
แหล่งข่าวท้องถิ่น ระบุว่า เหตุระเบิดพลีชีพ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีประชาชนจำนวนมากยืนอยู่บริเวณหน้าศาลแขวง โดยผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ปากีสถาน (Pakistan Institute of Medical Sciences ; PIMS)
เจ้าหน้าที่เปิดเผยอีกว่า พบศีรษะของมือระเบิดพลีชีพตกอยู่บนถนนใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งยืนยันลักษณะการโจมตีว่าเป็นการระเบิดพลีชีพ และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นฝีมือของกลุ่มตาลีบันปากีสถาน หรือ TTP ซึ่งกองทัพปากีสถานมักกล่าวหาว่าเป็น “กลุ่มก่อความไม่สงบที่ได้รับการหนุนหลังจากอินเดีย”
ก่อนที่ต่อมาไม่นาน กลุ่ม TTP ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีดังกล่าว แต่ทว่าทางการเชื่อว่ากลุ่มนี้ได้รับอิทธิพลและกำลังฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหลังตาลีบันอัฟกานิสถานยึดอำนาจในปี 2021
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กองกำลังความมั่นคงของปากีสถานเผยว่า ได้สกัดแผนโจมตีของกลุ่มติดอาวุธที่พยายามจับนักเรียนนายร้อยเป็นตัวประกันที่วิทยาลัยในจังหวัดไคเบอร์ ปัคตุนควา ใกล้ชายแดนติดอัฟกานิสถาน
โดยการปะทะระหว่างทหารและผู้ก่อเหตุยืดเยื้อข้ามคืน ก่อนจะสามารถสังหารคนร้ายได้ทั้งหมด
ปากีสถานเผชิญเหตุโจมตีของกลุ่มติดอาวุธถี่ขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเหตุรุนแรงร้ายแรงที่สุดเกิดเมื่อปี 2014 เมื่อกลุ่มตาลีบันบุกยิงโรงเรียนในเมืองเปชาวาร์ คร่าชีวิตนักเรียนและครูไปกว่า 150 คน
สถานการณ์ล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถานยังคงตึงเครียด หลังเหตุโจมตีทางอากาศเมื่อเดือนตุลาคม และการสู้รบชายแดนที่เพิ่งสงบลงด้วยความช่วยเหลือจากกาตาร์ แต่การเจรจาสันติภาพรอบล่าสุดที่อิสตันบูลก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
ที่มา: Associated Press / Arab News